ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ใช้ในข้อพิพาททางสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เพื่อคุ้มครองสิทธิของชนพื้นเมืองในวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับ ทรัพยากรธรรมชาติด้วย58 ส�ำหรับในระดับภูมิภาค ภูมิภาคที่ได้วางหลักเกี่ยวกับการน�ำเอาสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้เพื่อ เชื่อมโยงสิทธิของชนพื้นเมืองเข้ากับการจัดการสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ภูมิภาคอเมริกา โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนของภูมิภาค อเมริกาได้วางหลักเป็นบรรทัดฐานไว้ใน ๒ คดีส�ำคัญ คือ คดี Mary and Carrie Dann v. United States59 ซึ่งตัดสินโดย ค�ำวินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งภูมิภาคอเมริกา และคดี Mayagna (Sumo) Awas Tingni Community v. Nicaragua60 ซึ่ ง ตั ด สิ น โดยค� ำ พิ พ ากษาของศาลสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ภู มิ ภ าคอเมริ ก า โดยองค์ ค ณะในทั้ ง สองคดี วางหลักไว้วา่ รัฐต้องเคารพสิทธิของชนพืน้ เมืองในทีด่ นิ และทรัพยากรธรรมชาติ และต้องให้ชนพืน้ เมืองสามารถกระท�ำการ เพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ61 ทั้งนี้ หากพิจารณาพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งอเมริกาจะเห็นได้ว่า ไม่มบี ทบัญญัตใิ ดระบุพนั ธกรณีตอ่ ชนพืน้ เมืองไว้โดยตรง แต่องค์กรสิทธิมนุษยชนของภูมภิ าคอเมริกาได้นำ� เอาสิทธิมนุษยชน ทัว่ ไปมาปรับใช้เพือ่ คุม้ ครองสิทธิในทีด่ นิ และทรัพยากรธรรมชาติของชนพืน้ เมือง กล่าวคือ ในคดี Mayagna (Sumo) Awas Tingni Community v. Nicaragua ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งภูมภิ าคอเมริกาได้นำ� เอาสิทธิในทรัพย์สนิ (Right to Property) ตาม Article 21 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งอเมริกา (American Convention on Human Rights) และ สิทธิในสุขภาพและความเป็นอยู่ (Right to Health and Well-Being) ตลอดจนสิทธิในวัฒนธรรม ภายใต้ปฏิญญาว่าด้วย สิทธิและหน้าที่ของมนุษย์แห่งอเมริกา (American Declaration of the Rights and Duties of Man) มาปรับใช้ในคดี62 เห็นได้ว่า การให้ความส�ำคัญแก่บทบาทของชนพื้นเมืองซึ่งเกี่ยวพันกับสิ่งแวดล้อมปรากฏให้เห็น อย่างชัดเจนในปฏิญญาริโอ ซึ่งเป็นตราสาร Soft Law ทางด้านสิ่งแวดล้อม และในขณะเดียวกัน สิทธิมนุษยชนของชน พื้นเมืองก็ได้รับความสนใจและได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ทั้งยังได้มีการน�ำเอาสิทธิ มนุษยชนมาใช้ในบริบทของสิ่งแวดล้อม เพื่อคุ้มครองและส่งเสริมบทบาทของชนพื้นเมืองในการจัดการสิ่งแวดล้อมด้วย โดยการน�ำเอาสิทธิมนุษยชนมาใช้ในแง่มุมนี้ ปรากฏทั้งในระดับระหว่างประเทศ และในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะภูมิภาค อเมริกา กล่าวโดยสรุป แม้ตราสาร Soft Law จะไม่ได้กอ่ ให้เกิดพันธกรณีแก่รฐั ในการกระท�ำการอย่างหนึง่ อย่างใด แต่เป็นตัวสะท้อนแนวคิดและสร้างความตระหนักร่วมกันในความเชื่อมโยงระหว่างคุณภาพของสิ่งแวดล้อมและ การด�ำรงชีวิตของมนุษย์ อันเป็นพื้นฐานน�ำมาสู่พัฒนาการทางแนวคิดในการปรับใช้กลไกทางสิทธิมนุษยชนเข้ากับบริบท ทางสิ่งแวดล้อม และสามารถน�ำมาใช้เป็นเครื่องมือในการคุ้มครองหรือจัดการสิ่งแวดล้อมได้ในหลายกรณี 58 From Communication No. 511/1992 Ilmari Lansman v. Finland, Human Rights Comm. (1994) (U.N. Doc. CCPR/C/52/D/511/1992) 59 From Case 11.140 Mary and Carrie Dann v. United States, Report No. 75/02, Inter-Am. C.H.R., Doc. 5 rev. 1 (2002) pp 860. 60 From Mayagna (Sumo) Awas Tingni Community v. Nicaragua, Inter-Am. Ct. H.R. (Ser. C) No. 79 (2001). 61 From “Mary and Carrie Dann v. United States at the Inter-American Commission on Human Rights: Victory for Indian Land Rights and the Environment” by Deborah Schaaf and Julie Fishel (2002), Tul. Envtl. L. J. 16,175 (20022003), pp 178. 62 From “Environment, Equality, and indigenous Peoples’ Land Rights in the Inter-American Human Rigths System: Mayagna (Sumo) Indigenous community of Awas Tingni v. Nicaragua” by Jennifer A. Amiott, (2002) 32 Envtl. L. 32,873 (2002), pp 889-890. 61

اختر الفقرة المستهدفة3