ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (๒) สิทธิในการมีสว่ นร่วมของสาธารณะในกระบวนการตัดสินใจ (Right to Public Participation in Decision-Making) ซึ่งปรากฏใน Article 6 ถึง Article 8 (๓) สิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Right to Access to Environmental Justice) กล่าวโดยสรุป จากการได้ศึกษาอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิ่งแวดล้อมต่างๆ เห็นได้ว่า ปัจจุบันยังไม่มีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมไว้อย่างชัดเจนในระดับกติกาสากล แต่ได้มีการกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่าง การมีชีวิตของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีการตระหนักถึงสิทธิของชนพื้นเมืองไว้ในอนุสัญญาหลายฉบับ นอกจากนี้ สิทธิเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเชิงกระบวนการอันเป็นเครื่องมือส�ำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่การคุ้มครองสิทธิเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เชิงเนื้อหายังได้มีการบัญญัติรับรองและก�ำหนดเป็นพันธกรณีไว้ในอนุสัญญาจ�ำนวนมาก ๒.๒ ประเด็นที่ยังมีข้อถกเถียงในทางวิชาการ ๒.๒.๑ สิทธิในสิ่งแวดล้อมในฐานะสิทธิมนุษยชนโดยเอกเทศ ในอดีตกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ (International Human Rights Law) กับกฎหมาย สิง่ แวดล้อมระหว่างประเทศ (International Environmental Law) ต่างมีพฒ ั นาการไปคนละแนวทางแยกจากกันเป็นอิสระ แนวคิดที่กฎหมายระหว่างประเทศทั้งสองประเภทนี้เริ่มจะมาบรรจบผสานกันเกิดขึ้นชัดเจนเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๗๒ ปรากฏ ตามปฏิญญาสตอกโฮล์ม ซึ่งระบุว่า “การคุ้มครองและการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมของมนุษย์เป็นประเด็นส�ำคัญซึ่งจะสร้าง ความกินดีอยู่ดีของปวงชน”67 ซึ่งท�ำให้การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมมีแนวคิดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนปรากฏอยู่ด้วยคราวแรก และเริ่มปรากฏชัดเจนต่อมาในตราสารระหว่างประเทศ ทั้งตราสารที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และ ตราสารสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ ทั้งในระดับสากลและในระดับภูมิภาค ตามทีไ่ ด้กล่าวไว้ขา้ งต้นว่า สิทธิในสิง่ แวดล้อมนัน้ เป็นสิทธิมนุษยชนช่วงทีส่ าม ทีป่ จั จุบนั ยังขาดการยอมรับ ในวงวิชาการและการปฏิบัติของนานาอารยประเทศว่าเป็นสิทธิในฐานะสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มรูปเป็นเอกเทศ จะมี บางประเทศอาจยอมรับและให้การคุ้มครองไว้บ้างแต่ยังมีจ�ำนวนจ�ำกัด ซึ่งการยอมรับมีส่วนดีในแง่ของการคุ้มครองสิทธิ เหล่านั้นให้กลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของกลุ่มหรือของปัจเจกบุคคลที่อยู่เหนือกว่ากฎหมายระดับพระราชบัญญัติและให้ ศักดิ์ทางกฎหมายเทียบเท่ากฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศ ดังนั้น กฎหมายใด ๆ ที่ขัดต่อสิทธิมนุษยชนในช่วงที่สาม ย่อมต้องถูกลบล้างหรือยกเลิกเพิกถอนออกไป แต่ส่วนเสียก็มีอยู่มากโดยเฉพาะสิทธิในสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิทธิที่กระทบ กับสิทธิอื่น ๆ ที่อยู่ข้างเคียงและมีส่วนสัมพันธ์กับสิทธิทางแพ่ง เช่น สิทธิในความเป็นเจ้าของ สิทธิครอบครองและใช้สอย ทรัพย์ ฯลฯ ผลทีเ่ กิดขึน้ หากมีบคุ คลหรือกลุม่ ใด ๆ อ้างต่อรัฐเพือ่ ให้คมุ้ ครองสิทธิในสิง่ แวดล้อมให้ตนหรือกลุม่ อยูใ่ นสิง่ แวดล้อม ที่ดี ย่อมหมายความว่า หากค�ำว่าสิ่งแวดล้อมที่ดีถูกตีความให้มีมาตรฐานสูงแล้ว รัฐย่อมมีค่าใช้จ่ายจ�ำนวนมากในการ จัดการสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดี และการรักษาสมดุลระหว่างระบบเศรษฐกิจของรัฐหรือผลประโยชน์ด้าน เศรษฐกิจของสาธารณะกับสิ่งแวดล้อมที่ดีย่อมต้องถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปอีกระดับหนึ่ง 67 From “Declaration of the U.N. Conference on the Human Environment Report of the U.N. Conference on the Human Environment” by United Nations 1972 U.N.Doc. A/CONF.48/14/Rev.1/1972 pp. 3 65

اختر الفقرة المستهدفة3