รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี บทที่ 1 บทนํา 1.1 หลักการและเหตุผล เมื่อป 2527 ประเทศไทยไดตรวจพบผูปวยเอดสรายแรก หลังจากนั้นจํานวนผูปวยเอดสและผูติดเชื้อ เอชไอวี ก็ปรากฏตอสังคมเพิ่มมากยิ่งขึ้นจนถึงปจจุบัน จากขอมูลสํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวง สาธารณสุข ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 รายงานวาประเทศไทยมีจํานวนผูปวยเอดสและผูติดเชื้อเอชไอวี ตั้งแต พ.ศ.2527 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 เปนจํานวน ทั้งสิ้น 376,690 ราย และเสียชีวิต 98,721 ราย โดยกลุมอายุของผูปวยและผูติดเชื้อที่พบมากที่สุดเปนกลุมคนวัยทํางานที่มีอายุ 30 - 34 ป รอยละ 24.97 รองลงมา อายุ 25 - 29 ป และ 35 - 39 ป รอยละ 21.73 และ 18.19 ตามลําดับ โดยสวนใหญประกอบอาชีพรับจางทั่วไป รอยละ 45.48 รองลงมาเปนเกษตรกรรมและผูวางงาน รอยละ 19.49 และ 6.06 ตามลําดับ ซึ่งจากสถิติดังกลาว พบวา ผูติดเชื้อเอชไอวีสวนใหญมีอายุระหวาง 20 - 44 ป และเปนวัยแรงงานที่สําคัญของประเทศ สถานการณการแพรระบาดของเชื้อเอชไอวีในระยะแรก สังคมมีความตระหนก หวาดกลัว เนื่องจากคน ในสังคมยังขาดความรู ความเขาใจ และขอเท็จจริงเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากเชื้อเอชไอวี ดังนั้น ภาครัฐ ภาคเอกชน และ ภาคประชาสังคม จึงมีความพยายามรณรงคเพื่อประชาสัมพันธเผยแพรใหประชาชนทั่วไปมีความรูความเขาใจ เกี่ยวกับเอดสอยางแพรหลาย โดยเนนกลุมที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง เชน ผูซื้อบริการทางเพศ กลุมชายรักชาย และกลุมผูติดยาเสพติดซึ่งใชเข็มฉีดยารวมกัน นอกจากนี้ ประชาชนทั่วไปยังมีทัศนคติในเชิงลบตอผูติดเชื้อเอชไอวี โดยมองวาผูติดเชื้อเอชไอวีเปนผูมีพฤติกรรมทางเพศไมเหมาะสม หรือเปนผูติดยาเสพติด จนทําใหภาพลักษณของ ผูติดเชื้อคือ คนเลว คนไมดี และเปนที่นารังเกียจของสังคม ทําใหการใชชีวิตประจําวันของผูติดเชื้อเอชไอวีเปนไป อยางยากลําบาก ทั้งในเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพจิต สภาวะความเปนอยู หนาที่การงาน สถานภาพทางสังคม ถู ก รั ง เกี ย จ เหยี ย ดหยาม ถู ก แบ ง แยกออกจากคนในสั ง คม เพราะหากทราบว า ผู  ใ ดติ ด เชื้ อ เอชไอวี ก็ มั ก จะ แสดงทาทีรังเกียจ ไมยอมรับ หรือถูกบีบบังคับออกจากงาน มีผลทําใหผูติดเชื้อไมกลาเปดเผยตนเองตอสังคม ไมกลาไปพบแพทยเพื่อรักษาตัว และไมกลาขอคําปรึกษาแนะนําจากผูเชี่ยวชาญ เพราะเกรงวาจะถูกครอบครัว เพื่อนบาน เพื่อนรวมงาน นายจาง และผูเกี่ยวของรังเกียจ รวมทั้งอาจมีผลกระทบตอผูใกลชิด เชน คูสมรสและบุตร เปนตน ทําใหกลุมบุคคลดังกลาวถูกเลือกปฏิบัติในดานตาง ๆ ดังนี้ (1) ดานสวัสดิการและการใหบริการทางสังคม เชน การเขาถึงบริการสาธารณสุข การเขาถึงยาตานไวรัส เปนตน (2) ดานการศึกษา เชน โรงเรียนปฏิเสธไมรับเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีเขาเรียนในโรงเรียน ถูกชุมชนคัดคาน ไมใหเขาเรียน ถูกบังคับใหออกและหยุดเรียนเมื่อติดเชื้อเอชไอวี ถูกแยกหองเรียน/ถูกเลือกปฏิบัติ เปนตน (3) ดานการทํางาน เชน หนวยงานหรือบริษัทบังคับตรวจเอดสกอนรับเขาทํางาน/ขณะทํางาน ถูกปฏิเสธ ไมรับเขาทํางานถูกเลิกจางหรือบีบบังคับใหออกจากงานเมื่อติดเชื้อเอชไอวี เปนตน (4) ดานสังคม เชน ใหแสดงผลการตรวจเอดสกอนบวชพระ ไมรับประกันชีวิตผูติดเชื้อเอชไอวีถูกกีดกัน ไมใหเปนสมาชิกฌาปนกิจ ไมมีสิทธิกูยืมเงินกองทุนหมูบาน เปนตน 1

اختر الفقرة المستهدفة3