แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i กลาวไดวา ปญหาความขัดแยงระหวางคนกับปาในสังคมไทยเกิดขึ้นมาเปนเวลานานหรือตั้งแต กรมปาไมอางสิทธิเหนือพื้นที่ปาไมแตแนวคิดการจัดการทรัพยากรแบบรวมศูนยของรัฐไมสามารถแกปญหาได หลักฐานทีช่ ดั เจน ไดแก การลดลงของพืน้ ทีป่ า อยางตอเนือ่ ง นอกจากนี้ การจัดการปาทีม่ กี รมปาไมเปน “พระเอก” เพียงผูเดียวยังกอใหเกิดความขัดแยงและการแยงชิงทรัพยากรระหวางกลุมตาง ๆ ในสังคม การเรียกรอง ใหมีการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการทรัพยากรปาไมที่เนนและเปดโอกาสใหภาคีตาง ๆ โดยเฉพาะ ชาวบานหรือชุมชนทองถิ่นไดเขารวมในการตัดสินใจสําหรับการจัดสรรทรัพยากรอยางเทาเทียมจึงเริ่มขึ้น งานการศึกษาเรื่อง ความขัดแยงในการบริหารจัดการที่ดิน โดยโสภณ ชมชาญ ชี้ใหเห็นวา ความขัดแยง ในเรื่องที่ดินนั้นเกิดขึ้นทั้งระหวางหนวยงานของรัฐ รัฐกับเอกชน และเอกชนกับเอกชน ที่รุนแรงและยืดเยื้อ จะเกิดขึ้นระหวางรัฐกับเอกชนในที่ดินของรัฐ ทั้งที่ดินที่ประกาศเปนเขตสงวนและคุมครอง เชน เขตรักษา พันธุสัตวปา อุทยานแหงชาติ ปาสงวนแหงชาติ ที่สาธารณะที่พลเมืองใชประโยชนรวมกัน ที่ราชพัสดุที่ใช ในราชการทหาร มีสาเหตุและที่มาของความขัดแยง 4 ประการ คือ นโยบายของรัฐไมมีเอกภาพ ขาดเครือขาย ระบบขอมูลที่ดินที่ดี มาตรการควบคุมการใชที่ดินไมมีประสิทธิภาพ และผูมีสวนไดเสียทุกกลุมไมมีสวนรวม ในการบริหารจัดการที่ดิน ไดมีความพยายามแกไขความขัดแยงจากหลายฝายในชวงเวลาที่ผานมา ทั้งจาก ฝายการเมือง คือ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแตไมประสบความสําเร็จมากนักเพราะขาดความตอเนื่องในการ แกไขปญหา เนื่องจากมีการยุบสภาและเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบอยครั้ง แนวคิดของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเอง ก็มี 2 แนวทาง คือ การเพิกถอนปาสงวนแหงชาติแลวออกเอกสารสิทธิ์ใหราษฎรตามประมวลกฎหมายที่ดิน และเมื่อเพิกถอนแลวใหนําไปปฏิรูปที่ดิน ซึ่งหาขอยุติไดยาก ในสวนของภาครัฐนั้น ไดมีความพยายามที่จะปองกัน และแกไขความขัดแยงมาตลอดเวลาอันยาวนาน ในกรณีของการบุกรุกเขาทํากินในพื้นที่ที่รัฐสงวน คุมครอง และอนุรักษไว รัฐไดมีนโยบายลดความขัดแยง โดยการประนีประนอมใหอยูอาศัยตอไปได หรือผอนผันใหทํากิน ตอไป ตลอดจนมีการจําแนกออกใหเปนที่ดินทํากินในกรณีของปาไมถาวร หรือยกเลิกเพิกถอนปาสงวนแหงชาติ เปนที่ดินทํากิน โดยการประกาศเปนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นอกจากนี้ รัฐยังไดมีนโยบายใหประชาชน เข า มามี ส  ว นร ว มในการบริ ห ารจั ด การที่ ดิ น เช น ในการจั ด รู ป ที่ ดิ น เพื่ อ เกษตรกรรม การวางผั ง เมื อ ง การจั ด รู ป ที่ ดิ น เพื่ อ พั ฒ นาพื้ น ที่ การกระจายอํ า นาจสู  ท  อ งถิ่ น การบริ ห ารกิ จ การบ า นเมื อ งที่ ดี การรั บ ฟ ง ความคิดเห็นของประชาชน จากการศึกษาและสํารวจกรณีพิพาทและความขัดแยงปญหาที่ดินในภาคตาง ๆ ของประเทศ รวม 740 กรณี สามารถแกไขปญหาไดมีจ���านวน 89 กรณี หรือรอยละ 12 ของปญหาทั้งหมดเทานั้น ถึ ง แม จ ะได มี แ ผนบริ ห ารราชการแผ น ดิ น ในป พ.ศ. 2548 - 2551 ในเรื่ อ งการเร ง รั ด กระจายสิ ท ธิ์ ที่ ดิ น และการจัดที่ดินทํากินพรอมสาธารณูปโภคใหแกคนยากจน รวมทั้งการพัฒนากฎหมายและสงเสริมการบริหาร กิ จ การบ า นเมื อ งที่ ดี โดยมี วั ต ถุ ป ระสงค ใ ห ป ระชาชนทุ ก ระดั บ มี ค วามพึ ง พอใจในคุ ณ ภาพการให บ ริ ก าร ของหนวยงานภาครัฐ อยางไรก็ตาม การดําเนินงานตามแนวคิดและนโยบายตาง ๆ ที่ผานมา ความขัดแยง และข อ พิ พ าทยั ง คงมี อ ยู  แ ละดู เ หมื อ นว า จะทวี ค วามรุ น แรงยิ่ ง ขึ้ น ในขณะที่ ชุ ม ชนหลายแห ง ในภาคต า ง ๆ ของประเทศสามารถแก ไขป ญ หาได ภ ายใต ส ถานการณ ดั ง กล า วนี้ จึ ง มี ข  อ เสนอเป น ทางเลื อ กในการลด 30 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

اختر الفقرة المستهدفة3