แหง
a i l aชาติ
N
nd
งา
สํานaักtio nal
Th
นค
ณ
ยชน
m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of
n
ssi
Hu
Rights C om m i
อิ ท ธิ พ ลของระบบทุ น นิ ย มมี ผ ลต อ แนวคิ ด ของผู บ ริ ห ารประเทศและการกํ า หนดนโยบายของรั ฐ
เป น อย า งมากตั้ ง แต เริ่ ม แผนพั ฒ นาเศรษฐกิ จ และสั ง คมฉบั บ แรก รั ฐ บาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรั ช ต ยกเลิ ก
การจํากัดการถือครองที่ดินที่กําหนดไวในประมวลกฎหมายที่ดิน รัฐบาลชุดตอ ๆ มาไดปรับปรุงแกไข รวมทั้ง
ออกกฎหมายอีกหลายฉบับรวมทั้งกฎหมายดานการสงเสริมอุตสาหกรรมอนุญาตใหนายทุนตางชาติถือครอง
ที่ดินได ผนวกกับนโยบายเศรษฐกิจอื่น ๆ อีก เชน นโยบายสัมปทานทําไม นโยบายปลูกสรางสวนปา นโยบาย
ขยายความเจริญไปสูภูมิภาค ทําใหมีการกอสรางเสนทางคมนาคมและสิ่งกอสรางสาธารณูปโภคอยางกวางขวาง
เช น ถนน เขื่ อ น อ า งเก็ บ นํ้ า ทํ า ให ป ระชากรต อ งอพยพเคลื่ อ นย า ยถิ่ น ที่ อ ยู ที่ ทํ า กิ น จากการตั ด ถนน
การสรางเขื่อนหรืออางเก็บนํ้า รวมทั้งการทําสวนปาจนทําใหเกษตรกรที่ยากจนเดินขบวนประทวงรัฐบาล
กั น อย า งกว า งขวาง แต ส ง เสริ ม การเกษตรเป น นโยบายที่ มี ผ ลกระทบต อ การสู ญ เสี ย ที่ ดิ น อย า งรวดเร็ ว
และกวางขวาง เพราะไปปรับเปลี่ยนระบบการผลิตแบบอิงธรรมชาติมาเปนระบบเกษตรแผนใหม ใชพันธุ
เครื่องจักรกล ปุย และยาจากตางประเทศ ทําใหตนทุนเกษตรกรสูงแตรายไดตํ่าเพราะไมมีอํานาจตอรองราคา
พืชผลกับการตลาด จึงมักขาดทุนเปนหนี้สินและสูญเสียที่ดิน แมเกษตรกรจะเขาไปบุกเบิกปาหาที่ทํากินใหม
จนพื้นที่ปาถูกเปลี่ยนเปนพื้นที่เกษตรไปปละ 2 - 3 ลานไรในชวงนั้น แตก็ไมอาจรักษาที่ดินผืนใหมภายใต
ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมไวได เกษตรกรสวนใหญจึงตกอยูในวงจรอุบาทวของความยากจนคือถูกเอารัดเอาเปรียบ
ขาดทุน เปนหนี้สิน สูญเสียที่ดิน จํานวนเกษตรกรไรที่ทํากินเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็วในชวงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3
จนสงผลกระทบตอความสงบสุขของสังคม
แมรัฐบาลจะมีโครงการจัดที่ดินเพื่อชวยเหลือเกษตรกรที่สูญเสียที่ดินตลอดมา เชน การจัดที่ดิน
ช ว ยเหลื อ ชาวนาชาวไร ข องกรมที่ ดิ น ตั้ ง แต ป 2501 นิ ค มกรมส ง เสริ ม สหกรณ นิ ค มสร า งตนเอง
โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ตั้งแตป 2511 และตั้งแตป 2518 เปนตนมาก็มีโครงการปฏิรูปที่ดิน
ซึ่งสวนใหญจัดในพื้นที่ปาไมที่เสื่อมสภาพ การจัดหมูบานปาไมและสิทธิทํากินในพื้นที่ปาไม โครงการจัดที่ดิน
ของรัฐเหลานี้ใชที่ดินปาไมของรัฐมาจัดสรรใหเกษตรกรกวา 50 ลานไร แตสวนใหญไมประสบความสําเร็จ
เพราะไม ส ามารถสนั บ สนุ น เกษตรกรให มี ค วามรู ค วามสามารถในการใช ที่ ดิ น สร า งอาชี พ รายได เ ลี้ ย งชี พ
อยูไดพอเพียง สุดทายไมสามารถรักษาที่ดินไวได ที่ดินก็ถูกเปลี่ยนมือไปสูคนอื่น ผูไมไดครอบครองและไมได
ทําการเกษตรดวยตนเอง
นโยบายเปลี่ยนสนามรบเปนสนามการคาของรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ในตนทศวรรษ 2530
แม จ ะช ว ยให ป ระเทศในอิ น โดจี น ที่ มี อุ ด มการณ แ ละระบบการปกครองต า งกั น เลิ ก รบกั น หั น มาร ว มมื อ กั น
ทางเศรษฐกิ��� แตกม็ สี ว นสําคัญไปกระตุน ใหเกิดการกวานซือ้ ทีด่ นิ เพือ่ เก็งกําไรอยางกวางขวางมากทีส่ ดุ จนทัว่ ประเทศ
ประกอบกับการมีนโยบายอื่น ๆ ทํานองเดียวกันตามมาอยางตอเนื่อง อาทิ นโยบายการแปลงสินทรัพยเปนทุน
นโยบายการปลูกพืชพลังงานทดแทน ตลอดจนนโยบายสงเสริมการทองเที่ยว ทําใหการแกงแยงที่ดินรุนแรง
50
รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”