แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i ตรงสภาพของที่ดินที่เปนเกาะและที่ดินซึ่งมิใชที่เกาะเทานั้น ซึ่งคงมิใชความผิดของผูครอบครองที่ดินบนเกาะ ที่เกิดและอยูอาศัยบนเกาะของประเทศไทย แตจําตองมีกฎหมายบังคับแตกตางกับผูครอบครองที่ดินที่มิใช ที่เกาะอันทําใหตองเสียสิทธิในที่ดินไป ซึ่งเมื่อพิจารณาแลว กฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) เปนเพียง กฎหมายลํ า ดั บ รองที่ อ อกมาโดยอํ า นาจของฝ า ยบริ ห ารเป น กฎหมายที่ อ อกโดยมิ ไ ด ผ  า นความเห็ น ชอบ จากรัฐสภา ซึ่งเปนองคกรนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย อันมาจากตัวแทนของประชาชน ที่จะชวยกลั่นกรองกฎหมาย อีกทั้งเนื้อหาของกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ขอ 14 (3) มีผลกระทบ ตอสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของประชาชน ซึ่งกฎหมายที่มีเนื้อหาลักษณะดังกลาวจะตองออกโดยผาน ความเห็นชอบจากรัฐสภาเทานั้น ตามนัยรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 29 ทั้งยังเปนการขัดตอหลักความเสมอภาค ตามมาตรา 30 และการคุมครองสิทธิในทรัพยสินตามมาตรา 41 3. มาตรการตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ขอ 14 (3) เปนการขัดตอประมวลกฎหมาย ที่ดิน ซึ่งตามมาตรา 59 ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน รัฐยังใหการรับรองสิทธิของผูครอบครองที่ดินมากอน ประมวลกฎหมายที่ดิน โดยมิไดแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ตามมาตรา 5 แหงพระราชบัญญัติใหใช ประมวลกฎหมายที่ดิน (พ.ศ. 2497) และเปดโอกาสใหไดรับเอกสารสิทธิที่ดินไดภายใตหลักเกณฑที่กฎหมาย กําหนดแตกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ขอ 14 (3) ซึ่งออกโดยอาศัยอํานาจตามมาตรา 6 มาตรา 8 และมาตรา 15 แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน (พ.ศ. 2497) และมาตรา 56 แหงประมวล กฎหมายที่ดิน (พ.ศ. 2497) กลับไมรับรองสิทธิของประชาชนผูซึ่งครอบครองทําประโยชนในที่ดินมากอน ประมวลกฎหมายที่ ดิ น โดยมิ ไ ด แจ ง การครอบครองที่ ดิ น ทั้ ง ยั ง เป น การจํ า กั ด สิ ท ธิ ข องประชาชนดั ง กล า ว และเปนการยกเลิกสิทธิในที่ดินของประชาชนที่พระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดินและประมวลกฎหมาย ที่ดินไดรับรองสิทธิไวและใหโอกาสในการออกเอกสารสิทธิตามมาตรา 59 ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ไดกลาวคือ กฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ขอ 14 (3) ซึ่งเปนกฎหมายลําดับรองที่ออกโดยฝายบริหาร กลับมีเนื้อหาที่ขัดกับเจตนารมณ ตามมาตรา 59 ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดินที่เปนกฎหมายแมบทที่ให อํานาจในการออกกฎกระทรวงไว เนื่องจาก ที่ดินบนเกาะไมสามารถใชมาตรา 59 ทวิ ในการออกเอกสารสิทธิได กฎกระทรวงฉบั บ ที่ 43 (พ.ศ. 2537) ข อ 14 (3) จึ ง ขั ด ต อ ประมวลกฎหมายที่ ดิ น และขั ด ต อ หลั ก นิ ติ รั ฐ เทากับวากฎหมายลําดับรองยกเลิกกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ และงานวิจัยเรื่อง การเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ที่มีปญหาการถือครอง โดยนิติรัฐ ไชยศรี ชีใ้ หเห็นถึงสถานการณปญ  หาการออกโฉนดทีด่ นิ ทีเ่ กิดมาจากการตีความกฎหมายของหนวยงานภาครัฐทีไ่ มตรงกัน ตลอดจนขอเท็จจริงเกี่ยวกับการสํารวจจําแนกประเภทที่ดินของรัฐและเอกชนยังไมชัดเจน ประกอบกับหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกโฉนดที่ดินใชมานานแลว ที่จําเปนตองมีการปรับปรุงแกไขกฎหมายที่เปนอุปสรรค ในการปฏิบัติงาน โดยการศึกษาพบวา 1. ปญหาการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินโดยอาศัยหลักฐานใบจอง (น.ส.2) การยกเลิกบทบัญญัติ ในหมวด 3 การกําหนดสิทธิในที่ดิน มาตรา 34 - 49 แหงประมวลกฎหมายที่ดิน โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 49 ลงวันที่ 13 มกราคม พุทธศักราช 2502 ทําใหมีการถือครองที่ดินจํานวนมากเพื่อแสวงหากําไร รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข น���ยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม” 35

اختر الفقرة المستهدفة3