vi | รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
คุ้มครองนั้น ได้แก่ สิทธิในการคุ้มครองด้านกระบวนการยุติธรรม (1. การช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกทารุณกรรม
หรือถูกแสวงหาประโยชน์หรือถูกทอดทิ้ง และ 2. การให้คาปรึกษา แนะนา ดาเนินการในทางคดี หรือแก้ไข
ปัญหาครอบครัว)
5) การคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุภายใต้กฎหมาย นโยบาย และมาตรการของประเทศไทย ผู้สูงอายุ มี
สิทธิและเสรีภาพในฐานะมนุษย์ภายใต้ปฏิ ญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ และปฏิญญา
ผู้สูงอายุไทย และการรับรองสิทธิของผู้สูงอายุในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมี พระราชบัญญัติ
ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ในการรับรองสิทธิของผู้สูงอายุไทย และรัฐบาลไทยก็ได้ให้สิทธิแก่ผู้สูงอายุในลักษณะของ
สิ ท ธิ เชิ ง บวก (Positive rights) คื อ การให้ ห น่ ว ยงานของรั ฐ ภายใต้ ก รอบกฎหมายที่ ให้ อ านาจหน้ า ที่ แ ก่
หน่ ว ยงานนั้ น ๆ จั ด หาสวัส ดิ ก ารและการประกั น สั งคมที่ เกี่ ย วข้ อ งแก่ ผู้ สู งอายุ ต ามสิ ท ธิ ที่ มี ก ารระบุ ไว้ใน
รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญั ติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 อย่างไรก็ตามผลการศึกษารวมทั้งข้ อมูลที่ได้จากการ
สัมภาษณ์เชิงลึกและการประชุมกลุ่ม Focus group ก็พบว่า มีการเลือกปฏิบัติใน (1) การจ้างงานผู้สูงอายุโดย
การกาหนดอายุเกษียณไว้ที่ 60 ปี หรือ 55 ปีในการจ้างงานภาคเอกชน และ (2) ในการจัดระบบประกันสังคม
ระบบบาเหน็จบานาญ และระบบประกันสุขภาพ ก็จากัดอยู่ในกลุ่มอายุในวัยทางานที่อยู่ในระบบการจ้างงานที่
มี น ายจ้ างทั้ งที่ เป็ น ภาครั ฐ และภาคเอกชน แต่ ไม่ ได้ ค รอบคลุ ม ผู้ สู งอายุ ที่ อ ยู่ น อกระบบการจ้า งงาน (ผู้ ที่
ประกอบการเองหรือทางานในภาคเกษตร หรือประกอบอาชีพอิส ระ) การให้สวัสดิการแก่ผู้สูงอายุก็เป็นการ
เลือกปฏิบัติเฉพาะผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการจ้างงานในภาครัฐและภาคเอกชน แต่อาจจะเป็นผู้ที่ไม่มีความจาเป็น
ทางรายได้ /ไม่ ได้ ย ากจนในการรั บ สวั ส ดิ การ เช่ น โครงการเบี้ ยยั งชี พ ส าหรับ ผู้ สู งอายุ ทุ กคน (Universal
coverage) หรื อโครงการ 30 บาทรั กษาทุกโรค ส าหรับ ระบบประกันสั งคม ระบบบานาญ ระบบประกั น
สุขภาพ รวมทั้งโครงการด้านสวัสดิการสังคมที่มีอยู่นี้ มีการดาเนินการโดยหน่วยงานต่างๆของรัฐที่เกี่ยวข้อง
อาจกล่าวได้ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติทางบวกต่อผู้สูงอายุ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เกิดการเลือกปฏิบัติ ทางอ้อม คือ
ผลกระทบจากการกาหนดโครงการต่างๆเหล่านี้ เป็นการให้ประโยชน์แก่กลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มหนึ่ง เช่น กลุ่มที่
ทางานอยู่ในระบบการจ้างงาน แต่ไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มที่ทางานอยู่นอกระบบการจ้างงาน หรือกลุ่มที่ภาครัฐ
กาหนดให้ เป็ น “คนยากจน”หรือ “มีรายได้ ต่า��� แต่ไม่ค รอบคลุ มถึงกลุ่ มผู้ สู งอายุทั่ วไป ซึ่ งอาจพิจารณา
โครงการเหล่านี้ได้ว่า เป็นการดาเนินการที่มีการปฏิบัติที่ไม่เสมอภาค หรือไม่เป็นธรรมต่อผู้สูงอายุไทยได้
6) ปัญหาหรือช่องว่างการคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุจากการเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุทางด้านเศรษฐกิจ
และสังคม มีดังนี้
1. การขาดกฎหมายคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุว่าด้วยการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน จากการ
กาหนดอายุเกษียณไว้ที่ 60 ปี หรือ 55 ปี ในขณะที่ในประเทศต่างๆที่ได้ศึกษา ได้มีการขยายอายุเกษียณเป็น
65 ถึง 67 ปี หรือมีการยกเลิกระบบเกษียณอายุภาคบังคับ เพื่อให้สิทธิแก่ผู้ สูงอายุที่ต้องการทางาน จะได้มี
โอกาสได้งานทา นอกจากนั้น ยังขาดกฎหมายคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุว่าด้วยการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน
โดยเฉพาะ
ประเทศไทยมีการรับ รองสิทธิในการประกอบอาชีพของบุคคลไว้อย่างกว้าง มิได้ระบุ เป็ นการ
เฉพาะถึงสิทธิของผู้สูงอายุแต่อย่างใด สาหรับพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 เป็นกฎหมายที่ได้ตราขึ้นใน