๕.๒ ตราสารทางกฎหมาย จากการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงปรากฏว่า ตราสารทางกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนของอาเซียน มีจ�ำนวนน้อยกว่าตราสารทางการเมืองซึ่งได้รวบรวมและวิเคราะห์ไว้ในหัวข้อก่อนหน้านี้อย่างมาก โดยมีเกณฑ์ในการแยก ประเภทตราสารที่ก่อให้เกิดพันธกรณีทางกฎหมายสองประการ คือ ประการแรก ตราสารประเภทนี้ถือเป็น “สนธิสัญญา” ประเภทหนึ่งจึงอยู่ภายใต้บังคับกฎเกณฑ์ของอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา (Vienna Convention on the Law of Treaties) โดยอาจเรียกชื่อได้อย่างหลากหลาย เช่น อนุสัญญา (Convention) พิธีสาร (Protocol) ข้อตกลง (Agreement) กติกา (Covenant) ค�ำประกาศหรือปฏิญญา (Declaration) กฎบัตร (Charter) เป็นต้น หล���กเกณฑ์ส�ำคัญ ในการพิจารณาอยูท่ เี่ จตนาของคูส่ ญ ั ญา47 และ ประการทีส่ อง เป็นตราสารทางกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับประเด็นสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นเกณฑ์เดียวกับที่ใช้พิจารณาตราสารทางการเมืองในหัวข้อ ๕.๑ ๕.๒.๑ อนุสัญญาสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอาเซียน นอกจากตราสารหลักระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนจ�ำนวน ๙ ฉบับที่ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้เลือกเข้าเป็นภาคี อาเซียนได้มกี ารพัฒนาตราสารด้านสิทธิมนุษยชนของภูมภิ าคเพือ่ สร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชนร่วมกัน ระหว่างประเทศสมาชิก โดยปัจจุบนั อาเซียนได้มกี ารพัฒนาและรับรองอนุสญ ั ญาอาเซียนจ�ำนวน ๕ ฉบับดังปรากฏรายชือ่ ตามที่ได้รวบรวมไว้ในตารางที่ ๔ หากจะชี้เฉพาะสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนโดยแท้ (กล่าวคือ ตั้งอยู่บน หลักการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ทรงสิทธิและ/หรือก�ำหนดหน้าที่ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรการ เยียวยา) จะมีเพียงฉบับเดียวที่เข้าข่าย คือ อนุสัญญาต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก (ACTIP) ที่เพิ่งมี การรับรองโดยที่ประชุมผู้น�ำอาเซียนครั้งที่ ๒๗ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นตราสารที่ส�ำนัก เลขาธิการอาเซียนยังมิได้รวบรวมไว้ในรายชื่อตราสารที่ใช้ในการวิเคราะห์ในครั้งนี้ (เนื่องจากเพิ่งมีการรับรอง) นอกจาก อนุสัญญาต่อต้านการค้ามนุษย์ฯ แล้วตราสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนที่เหลือประกอบด้วย ๔ ฉบับ ได้แก่ อนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้าย และอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการ ตอบสนองต่อภัยพิบัติรวม ๓ ฉบับ ได้แก่ ข้อตกลงว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ ๒๕๒๘ ซึ่งมีเนื้อหา ที่ก���าวหน้ามาก โดยรวมประเด็นพันธกรณีการศึกษาผลกระทบของโครงการต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental impact assessment) แต่ยังไม่มีผลใช้บังคับแม้ว่าจะได้มีการรับรองตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ เนื่องจากยังมีจ�ำนวนประเทศสมาชิกที่ให้ สัตยาบันไม่ครบ ๖ ประเทศ ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลภาวะจากหมอกควันข้ามพรมแดน ๒๕๔๕ และข้อตกลงอาเซียน ว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉิน ๒๕๔๘ ซึ่งสองฉบับหลังมีผลใช้บังคับแล้ว) 47 อนุสัญญาเวียนนาก�ำหนดให้ “สนธิสัญญา” หมายถึง สัญญาระหว่างประเทศที่เจรจาระหว่างรัฐเป็นลายลักษณ์อักษร และอยู่ ภายใต้บังคับกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ในตราสารฉบับเดียวหรือหลายฉบับ และไม่ว่าจะก�ำหนดชื่อประการใด (มาตรา ๒ ย่อหน้า ๑ (b)) ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศในการยกร่างนิยามค�ำว่า “สนธิสัญญา” ก�ำหนดให้หมายถึง สัญญาระหว่างประเทศ ใด ๆ ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะอยู่ในตราสารฉบับเดียวหรือหลายฉบับและไม่ว่าจะก�ำหนดชื่อเฉพาะประการใด (สนธิสัญญา อนุสัญญา พิธีสาร กติกา กฎบัตร กฎ ข้อบัญญัติ ปฏิญญา ข้อตกลง การแลกเปลี่ยนสาส์น ข้อมติการประชุม บันทึกข้อตกลง การตกลงชั่วคราว หรือ ชื่ออื่นใด) ซึ่งตกลงระหว่างรัฐสองรัฐ หรือผู้ทรงสิทธิในกฎหมายระหว่างประเทศสองคนขึ้นไปและอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายระหว่างประเทศ (Brownlie’s Principles of Public International Law Edition 8th (pp 369) by James Crawford 2012, Oxford: Oxford University Press. 66 ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

اختر الفقرة المستهدفة3