48 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗ สาธารณชนได้ ร่ ว มกั น แก้ ไขสถานการณ์ โดยยึ ด หลั ก สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน จำ � นวน ๑๑ ฉบั บ มี ส าระสำ � คั ญ เกี่ยวกับความห่วงใยต่อเด็กและเยาวชนที่อยู่ในที่ชุมนุม ความเหมาะสมต่อการประกาศใช้พระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยขยายพื้นที่เพิ่มเติมในขณะที่สถานการณ์ยัง ไม่เกิดความรุนแรงจากกลุ่มผู้ชุมนุม การขอให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงในเหตุการณ์การชุมนุมต่าง ๆ และให้ ยึ ด แนวทางสั น ติ ใ นการแก้ ไ ขปั ญ หา เคารพสิ ท ธิ ซึ่ ง กั น และกั น การคั ด ค้ า นการบั ง คั บ ใช้ พระราชกำ � หนดการบริ ห ารราชการในสถานการณ์ ฉุ ก เฉิ น เป็ น การทั่ ว ไปในหลายพื้ น ที่ เมื่ อ วั น ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๖ เพราะเห็นว่าสถานการณ์และองค์ประกอบยังไม่เข้าขั้นสถานการณ์ฉุกเฉิน การแสดง ข้อกังวลกรณีที่ผู้ชุมนุมจะเดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ เรียกร้องไม่ให้คุกคามสื่อและต้องเคารพ สิทธิและเสรีภาพในการนำ�เสนอข่าวสารข้อมูลของสื่อมวลชน ตลอดจนการเรียกร้องให้มีการกำ�หนด ขอบเขต ระยะเวลา และพื้ น ที่ ใ นการบั ง คั บ ใช้ พ ระราชบั ญ ญั ติ ก ฎอั ย การศึ ก พระพุ ท ธศั ก ราช ๒๔๕๗ ที่ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เท่าที่จำ�เป็นเท่านั้น นอกจากนี้ กสม. ยังเสนอจดหมาย เปิดผนึก เรื่อง ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์ทางการเมืองต่อนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยเน้นย้ำ� ให้การพิจารณาร่างกฎหมายต่าง ๆ ที่อยู่ในขั้นตอนของสภานิติบัญญัติ ต้องยึดหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม หลักธรรมาภิบาลและหลักสิทธิมนุษยชน ตามเจตนารมณ์ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง หลังจากที่มีการควบคุมอำ�นาจการปกครองโดย คสช. กสม. ได้มีแถลงการณ์แสดง ความห่วงกังวลต่อผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ในขณะเดียวกัน กสม. ได้ประสานงานไปยัง คสช. เพื่อให้ คำ � นึ ง ว่ า การปฏิ บั ติ ก ารใด ๆ ต้ อ งสอดคล้ อ ���กั บ หลั ก การสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน การจำ � กั ด สิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพ ต้องกระทำ�เท่าที่จำ�เป็นและได้สัดส่วนอย่างเหมาะสมเท่านั้น ในกรณีของบุคคลที่ถูกเรียกไปรายงานตัว และถู ก ควบคุ ม ตั ว โดย คสช. จะต้ อ งได้ รั บ การปฏิ บั ติ อ ย่ า งเคารพต่ อ ศั ก ดิ์ ศ รี ข องบุ ค คลเหล่ า นั้ น และ จะต้ อ งเปิ ด เผยให้ ส าธารณชนรั บ ทราบโดยตลอด ซึ่ ง คสช. ตอบรั บ ข้ อ เสนอของ กสม. อย่ า งชั ด เจน โดยมีการเจรจาร่วมกันระหว่าง กสม. และผู้แทน คสช. ในหลายครั้ง พร้อมกับมีคำ�สั่งเน้นย้ำ�ให้บุคลากร เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานในสังกัดของ คสช. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง และเคารพต่อหลักการ ด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับตราสารระหว่างประเทศด้าน สิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี นอกจากนั้น ในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ๒๕๕๗ กสม. ได้เข้าตรวจเยี่ยมบุคคลที่ถูกควบคุมตัว และพบว่าบุคคลเหล่านั้นได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม ในส่วนของสถานการณ์การหลบหนีเข้าเมืองของชาวมุสลิมไม่ทราบสัญชาติ (อุยกูร์) กสม. ได้ รั บ ข้ อ มู ล ว่ า ชาวอุ ย กู ร์ ที่ ห ลบหนี อ อกจากประเทศจี น โดยอาศั ย กระบวนการลั ก ลอบส่ ง คน เข้ า เมื อ งโดยผิ ด กฎหมาย กลุ่ ม ที่ เ ดิ น ทางเข้ า มาในประเทศไทยจะอาศั ย อยู่ ใ นรถบรรทุ ก แบบปิ ด ทึ บ และเมื่อเข้าประเทศแล้วจะกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ ระนอง ปราจีนบุรี และตราด ซึ่งส่วนใหญ่ จะซ่อนตัวอยู่ในป่า จุดหมายปลายทางของชาวอุยกูร์ต้องการจะเดินทางไปยังประเทศตุรกีเนื่องจาก

اختر الفقرة المستهدفة3