รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗ กสม. เห็นว่า ในสถานการณ์พิเศษ สิทธิและเสรีภาพบางประการอาจจะถูกจำ�กัดได้ แต่ต้อง เป็นไปตามหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กล่าวคือ เป้าหมายในการจำ�กัดสิทธิเสรีภาพ ดั ง กล่ า วต้ อ งเป็ น เป้ า หมายที่ มี ค วามชอบธรรม มี ก ารตี ค วามอย่ า งแคบและกระทำ � เท่ า ที่ จำ � เป็ น ต่ อ สถานการณ์และได้สัดส่วนที่เหมาะสม ทั้งนี้ มีสิทธิบางประเภทที่ไม่สามารถเพิกถอนหรือลิดรอนได้ไม่ว่า จะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม เช่น สิทธิในชีวิต สิทธิที่จะไม่ถูกทรมาน ดังนั้น รัฐควรทบทวนถึงความจำ�เป็น โดยเฉพาะการกลับมาใช้กระบวนการยุติธรรมตามปกติที่ประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลที่ถูกกล่าวหา ตลอดจน การคำ�นึงถึงการรับฟังความเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากคำ�สั่ง นโยบายและโครงการของรัฐ ในกรณีการหลบหนีเข้าเมืองของชาวอุยกูร์และชาวโรฮิงญา ตลอดจนสภาพการถูกควบคุม ตัวในห้องกักที่ กสม. ได้ตรวจเยี่ยมด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งยังพบข้อจำ�กัดในการจัดสภาพห้องกักให้ ได้มาตรฐานในด้านสุขลักษณะ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในสถานที่กัก นอกจากนี้ ได้มีข้อเสนอเชิงนโยบาย ในการคุ้มครองบุคคลที่หลบหนีเข้าเมืองและอยู่ในภาวะเสี่ยงต่ออันตรายหรือชีวิตหากถูกส่งกลับไปยัง ประเทศต้นทาง โดยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีกลไกในการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงสถานะบุคคล ในข่ายดังกล่าว ตามมาตรา ๑๗ ของพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ในกรณีการคุกคาม บังคับหายสาบสูญ และสังหารแกนนำ�ชุมชนที่เป็นผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน ยั ง เห็ น ว่ า การสอบสวนคดี โ ดยส่ ว นใหญ่ ยั ง คงมี อุ ป สรรคทั้ ง จากกลไกการปฏิ บั ติ ง านตรวจสอบ และ การคุ้มครองพยานที่ขาดประสิทธิภาพ และไม่มีความเหมาะสม ตลอดจนการใช้อิทธิพลทางการเมือง เข้าแทรกแซงคดีการสังหาร หรือบังคับหายสาบสูญผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน กสม. ได้จัดทำ�ข้อเสนอต่อ การคุ้ ม ครองผู้ พิ ทั ก ษ์ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนตามปฏิ ญ ญาสหประชาชาติ ว่ า ด้ ว ยผู้ พิ ทั ก ษ์ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน (UN Declaration on Human Rights Defenders) โดยเสนอให้รัฐบาลแสดงเจตจำ�นงที่ชัดเจนต่อสาธารณะ ว่าจะคุ้มครองประชาชนที่อุทิศตนในการปกป้องสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ในกรณีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตบนท้องถนน ตามสถานการณ์ในปี ๒๕๕๗ ประชาชนไทย ยังมีความมั่นคงปลอดภัยของชีวิตในการใช้รถใช้ถนนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ�มาก ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศ ที่มีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนเป็นอันดับที่หนึ่งของเอเชีย และเป็นอันดับที่สามของโลก ความสูญเสีย ที่เกิดขึ้นถือเป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ ที่ยังไม่สามารถจัดการให้ถนน ในประเทศไทยมีความปลอดภัยเพียงพอสำ�หรับการเดินทาง รวมทั้งในส่วนของประชาชนในฐานะผู้ที่ต้อง ใช้ชีวิตบนท้องถนนโดยไม่มีความปลอดภัย โดยส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่า อุบัติเหตุเป็นเรื่องของเคราะห์กรรม จึงไม่เรียกร้องถึงสิทธิที่จะมีชีวิตอย่างปลอดภัยบนท้องถนนให้มากยิ่งขึ้น กสม. เห็นว่า รัฐบาลมีข้อผูกพัน ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของบุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศให้มีความมั่นคงและปลอดภัยในทุกบริบท ซึ่งรวมถึงบนท้องถนน รัฐจึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยให้เหตุผลว่า ได้ดำ�เนินการในเรื่องดังกล่าว อย่างเต็มที่แล้ว แต่รัฐควรทบทวนนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ในการที่จะปกป้องคุ้มครองชีวิตของ ประชาชนให้พ้นจากอันตรายบนท้องถนน โดยต้องหามาตรการที่แตกต่างและเหมาะสมกับปัญหามากขึ้น กว่าในปัจจุบันนี้ การดำ�เนินการดังกล่าวควรอยู่ในวาระแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาของประเทศ ซึ่งจำ�เป็น ต้องมีการประเมินและรายงานผลเป็นประจำ�อย่างต่อเนื่อง 53

اختر الفقرة المستهدفة3