46 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗ นอกจากเรื่ อ งที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การชุ ม นุ ม ทางการเมื อ งแล้ ว ยั ง มี ส ถานการณ์ เ กี่ ย วกั บ สิ ท ธิ พลเมืองและสิทธิทางการเมืองอื่นที่ควรกล่าวถึงในปี ๒๕๕๗ ได้แก่ กรณีกลุ่มบุคคลที่หลบหนีเข้าประเทศเพื่อหาที่พักพิง ทั้งจากการหนีภัยทางการเมือง การสู้รบ การประหัต ประหาร ตลอดจนการแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ และการเดินทางไปยังประเทศ ที่สาม ซึ่งกลุ่มบุคคลเหล่านี้มักเสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และมีปัญหา การส่งตัวกลับ ตลอดจนการปฏิบัติของรัฐที่ยังไม่สามารถให้ความช่วยเหลือดูแล ได้อย่างเหมาะสม เช่น ชาวมุสลิมไม่ทราบสัญชาติ (อุยกูร์) และกลุ่มมุสลิมโรฮิงญา ซึ่งได้เข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง การคุ ก คาม บั ง คั บ หายสาบสู ญ และสั ง หารแกนนำ � ชุ ม ชนที่ เ ป็ น ผู้ พิ ทั ก ษ์ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน ในปี ๒๕๕๗ มี เ หตุ ก ารณ์ ค วามรุ น แรงที่ เ กิ ด ขึ้ น กั บ ผู้ พิ ทั ก ษ์ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนหลายกรณี เช่ น การหายตั ว ไปของนายพอละจี ห รื อ บิ ล ลี่ รั ก จงเจริ ญ ชาวกะเหรี่ ย งซี่ ง เป็ น ผู้ เ คลื่ อ นไหวด้ า นสิ ท ธิ ชุ ม ชนและต่ อ สู้ เ พื่ อ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนที่ อุ ท ยานแห่ ง ชาติ แก่ ง กระจาน จั ง หวั ด เพชรบุ รี เมื่ อ วั น ที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ การลอบสั ง หาร นายพิ ธ าน ทองพนั ง แกนนำ � ชาวบ้ า นตำ � บลกรุ ง ชิ ง อำ � เภอนบพิ ตำ � จั ง หวั ด นครศรี ธ รรมราช ซึ่ ง เคลื่ อ นไหวคั ด ค้ า นการให้ สั ม ปทานเหมื อ งแร่ ใ นพื้ น ที่ เมื่ อ วั น ที่ ๓๐ พฤศจิ ก ายน ๒๕๕๗ และการลอบสั ง หารนายสมสุ ข เกาะกลาง แกนนำ � ชาวบ้ า นจั ง หวั ด กระบี่ เ คลื่ อ นไหวเรี ย กร้ อ งให้ รั ฐ จั ด สรรที่ ดิ น ของ ภาคเอกชนที่ กำ � ลั ง หมดสั ม ปทานให้ เ ป็ น ที่ ทำ � กิ น ของประชาชน เมื่ อ วั น ที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๗ กรณีสิทธิด้านความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตบนท้องถนน ในปี ๒๕๕๗ พบว่า มีความสูญเสียในทุกด้าน ไม่ว่า จะเป็ น การเสี ย ชี วิ ต การบาดเจ็ บ ความพิ ก าร และความสู ญ เสี ย ทางเศรษฐกิ จ ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยยังมี ผู้เสียชีวิตบนท้องถนนของประเทศไทย ประมาณวันละ ๖๐ คน และความสูญเสีย ทางเศรษฐกิจยังสูงถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ รัฐบาลได้แถลงนโยบาย ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่าจะให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ ในการจราจรอันนำ�ไปสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยการร่วมมือระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ในการตรวจจับ เพื่อป้องกัน การรายงานและการดูแ ลผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้ ได้มี การให้ความสำ�คัญต่อปัญหาอุบัติเหตุทางถนน เช่น การกำ�หนดมาตรการรณรงค์ และมาตรการทางกฎหมายการให้ความสำ�คัญกับการรณรงค์ล��อุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ แต่การทำ�งานดังกล่าวยังคงปรากฎใน รูปแบบเดิมเหมือนกันทุกปี โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น กฎหมายจราจร ไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างจริงจัง รวมทั้งไม่มีการดำ�เนินการที่ต่อเนื่อง และขาด การติดตามประเมินผล

اختر الفقرة المستهدفة3