รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗
มาตรา ๓๔ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการเดินทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่
อยู่ภายในราชอาณาจักร
การจำ � กั ด เสรี ภ าพตามวรรคหนึ่ ง จะกระทำ � มิ ไ ด้ เว้ น แต่ โ ดยอาศั ย อำ � นาจตาม
บทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพ
ของประชาชนการผังเมือง หรือเพื่อสวัสดิภาพของผู้เยาว์
การเนรเทศบุคคลผู้มีสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้บุคคล
ผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร จะกระทำ�มิได้
มาตรา ๓๕ สิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง ตลอดจนความ
เป็นอยู่ส่วนตัวย่อมได้รับความคุ้มครอง
การกล่ า วหรื อ ไขข่ า วแพร่ ห ลาย ซึ่ ง ข้ อ ความหรื อ ภาพไม่ ว่ า ด้ ว ยวิ ธี ใ ดไปยั ง
สาธารณชน อันเป็นการละเมิดหรือกระทบถึงสิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ
ชื่อเสียง หรือความเป็นอยู่ส่วนตัวจะกระทำ�มิได้ เว้นแต่กรณีที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากการแสวงประโยชน์โดยมิชอบจากข้อมูล
ส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๓๖ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย
การตรวจ การกัก หรือการเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน รวมทั้งการ
กระทำ�ด้วยประการอื่นใดเพื่อให้ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อ
ถึงกัน จะกระทำ�มิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำ�นาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อ
รั ก ษาความมั่ น คงของรั ฐ หรื อ เพื่ อ รั ก ษาความสงบเรี ย บร้ อ ยหรื อ ศี ล ธรรมอั น ดี ข อง
ประชาชน
มาตรา ๓๗ บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกายของศาสนา
หรื อ ลั ท ธิ นิ ย มในทางศาสนา และย่ อ มมี เ สรี ภ าพในการปฏิ บั ติ ต ามศาสนธรรม
ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่
ของพลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ในการใช้ เ สรี ภ าพตามวรรคหนึ่ ง บุ ค คลย่ อ มได้ รั บ ความคุ้ ม ครองมิ ใ ห้ รั ฐ
กระทำ � การใด ๆ อั น เป็ น การรอนสิ ท ธิ ห รื อ เสี ย ประโยชน์ อั น ควรมี ค วรได้ เพราะเหตุ
ที��� ถื อ ศาสนา นิ ก ายของศาสนา ลั ท ธิ นิ ย มในทางศาสนาหรื อ ปฏิ บั ติ ต ามศาสนธรรม
ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือ แตกต่างจากบุคคลอื่น
มาตรา ๓๙ บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทำ�การอันกฎหมายที่ใช้อยู่
ในเวลาที่กระทำ�นั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำ�หนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้น
จะหนักกว่าโทษที่กำ�หนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำ�ความผิดมิได้
35