40 รับจ้างผลิตแหอวนไปยังเรือนจ�ำและทัณฑสถานที่เคย ท�ำสัญญาไว้กับบริษัทเอกชน110 ทั้งนี้ จากปัญหาเรือนจ�ำ แออั ด ซึ่ ง ส่ ง ผลต่ อ พื้ น ที่ ส� ำ หรั บ การอบรมฝึ ก อาชี พ ไม่เพียงพอ ท�ำให้การปรับหรือแก้ไขพฤติกรรมของผูต้ อ้ งขัง ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร111 นอกจากนี้ ปัญหาเรือนจ�ำ แออัดยังส่งผลให้ผตู้ อ้ งขังอยูใ่ นสภาพแวดล้อมทีไ่ ม่เหมาะสม ซึง่ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผูต้ อ้ งขังในการได้รบั การปฏิบตั โิ ดยค�ำนึงถึงศักดิศ์ รีความเป็นมนุษย์ ในปี 2565 พบว่าปัญหาสุขอนามัยภายในเรือนจ�ำและสถานควบคุม ตัวอื่นของรัฐยังไม่ได้มาตรฐาน มีการรายงานถึงอาหาร ที่ไม่ได้คุณภาพภายในเรือนจ� ำ112 และปริมาณของใช้ อุปกรณ์ หรือยาที่ไม่เพียงพอต่อผู้ต้องขัง113 ซึ่งส่วนหนึ่ง เกิดจากการได้รับงบประมาณที่ไม่เพียงพอ114 จากข้ อ เสนอแนะของ กสม. ในรายงานผล การประเมินสถานการณ์ฯ ปี 2564115 รัฐบาลโดย ยธ. ตอบรับ ข้อเสนอแนะที่จะแก้ไขปัญหาความแออัดในเรือนจ�ำ โดย มีความพยายามในการลดปริมาณผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง และการผลักดันร่าง พ.ร.บ. ประวัติอาชญากรรม พ.ศ. .... เพื่ อ เป็ น กฎหมายกลางในการให้ โ อกาสผู ้ พ ้ น โทษให้ สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขในสังคม รวมถึง สนับสนุนให้สามารถเข้าถึงแหล่งงานหรือสถานประกอบ การที่ ต รงกั บ ความรู ้ ค วามสามารถของตนภายหลั ง การพ้นโทษต่อไป การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในประเด็นปัญหาเรือนจ�ำแออัดพบว่า ในปี 2565 รัฐบาลได้ด�ำเนินการผ่านกระบวนการต่าง ๆ เพื่อลด ปริมาณผู้ต้องขังในเรือนจ�ำ และการประกาศใช้ประมวล กฎหมายยาเสพติดเน้นไปทีก่ ารใช้กระบวนการบ�ำบัดรักษา และฟื้นฟูด้วยการน�ำผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการ บ�ำบัดรักษาทั้งแบบสมัครใจหรือตามค�ำสั่งศาล ด้วยการ ใช้ แ นวทางสาธารณสุ ข มากกว่ า การลงโทษทางอาญา เป็นการแยกผู้เสพออกจากผู้ค้า จึงอาจเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะช่วยลดปัญหาผู้ต้องขังเข้าสู่เรือนจ�ำจากคดียาเสพติด รวมถึงการออกกฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินยั เพือ่ ขจัด 001-234 V9 CS6.indd 40 ความเหลือ่ มล�ำ้ และสร้างความเป็นธรรมในสังคม ผ่านการ ก�ำหนดโทษอาญาให้เหมาะสมกับสภาพความผิดหรือ ก�ำหนดมาตรการลงโทษให้เหมาะสมกับการกระท�ำความผิด และฐานะของผูก้ ระท�ำความผิดเพือ่ มิให้บคุ คลต้องรับโทษ หนั ก เกิ น สมควร การใช้ ม าตรการอื่ น แทนการลงโทษ ทางอาญาจึงอาจช่วยบรรเทาความแออัดในเรือนจ�ำได้ ทั้งนี้ ในปี 2565 มีผู้ต้องขังลดลงเมื่อเทียบกับปี 2564 แม้ว่าปริมาณผู้ต้องขังที่ลดลงดังกล่าวยังไม่สอดคล้อง กับแนวปฏิบัติทางวิชาการว่าด้วยการออกแบบเรือนจ�ำ (Technical Guidance for Prison Planning) ซึง่ ก�ำหนด ให้ พื้ น ที่ เรื อ นนอนภายในเรื อ นจ� ำ ขั้ น ต�่ ำ มี อั ต ราส่ ว น 2.6 ตารางเมตรต่อผู้ต้องขัง 1 คน116 แต่ปริมาณผู้ต้องขัง ทีล่ ดลงถือเป็นพัฒนาการทีด่ ใี นการลดความแออัดในเรือนจ�ำ เพื่อให้ผู้ต้องขังใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสมและสมศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ อันสอดคล้องกับกติกา ICCPR ข้อ 10 อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากปริมาณผู้ต้องขัง ในคดียาเสพติด 4 ปีย้อนหลัง พบว่าจ�ำนวนผู้ต้องขัง ดังกล่าวไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยส�ำคัญภายหลังการประกาศ ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด แม้ว่าปริมาณผู้ต้องขังจะ ลดลงจากปี 2564 จ�ำนวน 17,409 คน แต่เมื่อเทียบกับ ปริมาณผู้ต้องขังทั้งหมดในเรือนจ�ำที่ลดลงร้อยละ 6.22 พบว่าผูต้ อ้ งขังในคดียาเสพติดลดลงเพียงร้อยละ 2.83 เท่านัน้ รวมถึงกระบวนการบ�ำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ดังกล่าวอาจต้องใช้ทรัพยากรจ�ำนวนมาก สะท้อนให้เห็น ว่าแนวทางในการเบีย่ งเบนคดียาเสพติดออกจากคดีอาญา และประสิ ท ธิ ภ าพในการบ� ำ บั ด ฟื ้ น ฟู ยั ง ต้ อ งติ ด ตาม ความก้าวหน้าต่อไป ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน กสม. เห็นควรมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1) รั ฐ บาลโดย ยธ. ควรพิ จ ารณาศึ ก ษา ความเป็นไปได้ในการน�ำมาตรการอืน่ แทนการน�ำโทษจ�ำคุก มาใช้ในคดีอาญาตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วง ก่อนพิจารณาคดี เพื่อลดจ�ำนวนผู้ถูกควบคุมตัวระหว่าง 3/14/23 8:40 PM

اختر الفقرة المستهدفة3