ในการแก้ ไ ขปั ญ หาความเดื อ ดร้ อ นของประชาชน และเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอ�ำนาจของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างรวดเร็ว โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กสม. ได้รับเรื่อง ร้องเรียนไว้ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 164 ค�ำร้อง สามารถด�ำเนินการให้ความช่วยเหลือเสร็จสิ้น 142 ค�ำร้อง คิดเป็นร้อยละ 86.58 ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง เกี่ยวกับการขอให้เร่งรัดการด�ำเนินคดีของพนักงาน สอบสวน เรื่ อ งเกี่ ย วกั บสิ ท ธิ แ ละสถานะบุ ค คล เช่ น การขอสั ญ ชาติ การขอให้ เ ร่ ง รั ด กระบวนการขอคื น รายการบุคคลและสถานะทางทะเบียน เป็นต้น เรื่อง เกี่ ย วกั บ ปั ญ หาสาธารณู ป โภค และเรื่ อ งเกี่ ย วกั บ มาตรฐานการด�ำรงชีพ เป็นต้น QR code: กรณีตัวอย่างรายงานการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกับหน่วยงาน ภาครัฐ องค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม หรือบุคคลในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึง่ ทีส่ ะท้อนให้เห็นถึง ความส�ำเร็จจากการประสานการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน จนเกิดผลสัมฤทธิ์ สามารถแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และทั น ท่ ว งที ซึ่ ง สอดคล้ อ งกั บ แผนยุ ท ธศาสตร์ การด�ำเนินงานของ กสม. พ.ศ. 2560 - 2565 ยุทธศาสตร์ ที่ 1 ส่ ง เสริ ม และติ ด ตามให้ ทุ ก ภาคส่ ว นของสั ง คม เกิ ด การเคารพสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนตามที่ ไ ด้ รั บ การรั บ รอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายไทย และพั น ธกรณี ร ะหว่ า งประเทศด้ า นสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน ที่ประเทศไทยจะต้องปฏิบัติตาม 3.1.4 การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กสม. ได้ ด� ำ เนิ น การตรวจสอบค� ำ ร้ อ งที่ ไ ด้ รั บ ในปี ง บประมาณ พ.ศ. 2565 รวมกั บ ค� ำ ร้ อ งสะสม ทีไ่ ด้รบั ก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และจัดท�ำรายงาน ผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 169 ค�ำร้อง เป็นค�ำร้องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จ� ำ นวน 41 ค� ำ ร้ อ ง และเป็ น ค� ำ ร้ อ ง ก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จ�ำนวน 128 ค�ำร้อ�� แบ่งเป็นเรื่องที่มีการกระท�ำหรือการละเลยการกระท�ำ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และ กสม. มีขอ้ เสนอแนะ มาตรการหรือแนวทางในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิด สิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (1) จ�ำนวน 88 ค�ำร้อง คิดเป็นร้อยละ 52.07 เรื่องที่ไม่พบการกระท�ำหรือ การละเลยการกระท�ำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่ กสม. มีขอ้ เสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ ง รวมตลอดทั้ ง การแก้ ไ ข ปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบหรือค�ำสั่งใด ๆ เพื่อให้ สอดคล้ อ งกั บ หลั ก สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนตามรั ฐ ธรรมนู ญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (3) จ�ำนวน 57 ค�ำร้อง คิดเป็นร้อยละ 33.73 และเรื่อง ทีไ่ ม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือปรากฏในภายหลัง ว่าเป็นเรือ่ งทีม่ ลี กั ษณะต้องห้ามมิให้ กสม. รับไว้พจิ ารณา ได้แก่ เรื่องที่ตรวจสอบแล้วไม่มีประเด็นการละเมิด ผลการด�ำเนินงาน ในภาพรวม 3.1.3 การประสานการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนกับ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม หรือบุคคลในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน นอกจากกรณี เ รื่ อ งร้ อ งเรี ย นที่ รั บ ไว้ ต รวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้ว กสม. ได้ให้ความส�ำคัญกับ การคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนอย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ โดยมุง่ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ จึงได้ปรับแนวทางการด�ำเนินงาน ด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งเน้นการประสาน การคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนเพื่ อ น� ำ ไปสู ่ ก ารแก้ ไ ข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็วและ ทันต่อสถานการณ์ อีกทั้งสามารถเยียวยาความเสียหาย ได้ อ ย่ า งเป็ น รู ปธรรม โดยใช้วิธีก ารประสานงานกั บ หน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน องค์กรหรือบุคคลอืน่ ใด ในด้านสิทธิมนุษยชน ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง บทที่ 3 45

اختر الفقرة المستهدفة3