ร้อยละ 96.50 สูงกว่าปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่มีผลการเบิกจ่ายร้อยละ 84.42 เนื่องจากนโยบาย เพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายของ กสม. และส�ำหรับ งบประมาณคงเหลือ จ�ำนวน 8,740,122.72 บาท กสม. เห็นชอบให้น�ำไปใช้ในการด�ำเนินงานด้าน การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประจ�ำปี งบประมาณถัดไป ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้มกี ารตัง้ ส�ำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้เป็นส�ำนักงานภูมิภาคแห่งแรก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น และพัฒนากระบวนการท�ำงานให้มีความโปร่งใส ท�ำให้ส�ำนักงาน กสม. ได้รับผลประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสของส�ำนักงาน ป.ป.ช. ในระดับ A ด้วยคะแนน 93.40 เป็นอันดับ 1 ในกลุม่ องค์กรอิสระ นอกจากนี้ ส�ำนักงาน กสม. ยังได้มีกิจกรรมพัฒนา ศั ก ยภาพและสมรรถนะบุ ค ลากรในระดั บ ต่ า ง ๆ อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง และได้ น� ำ ระบบเทคโนโลยี ดิ จิ ทั ล และการบริ ห ารจั ด การด้ า นสารสนเทศมาใช้ เ ป็ น เครือ่ งมือในการบริหารจัดการและพัฒนาองค์ความรู้ มี ก ารพั ฒ นาระบบแผนงานและการบริ ห ารงบ ประมาณของส�ำนักงาน กสม. (Enterprise Resource Planning: ERP) การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อ การรวบรวมและบริการสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน และระบบฐานข้อมูลเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน ให้สอดคล้องกระบวนการท�ำงานในปัจจุบนั ตลอดจน การพั ฒ นาแอปพลิ เ คชั น เพื่ อ ปรั บ เปลี่ ย นรู ป แบบ การให้บริการทีป่ ระชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก และรวดเร็วมากขึ้น ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ จากการด�ำเนินงานในปีทผี่ า่ นมา กสม. พบปัญหา อุปสรรคและข้อจ�ำกัดบางประการในส่วนที่เกี่ยวกับ หน้าที่และอ�ำนาจตามกฎหมายใน 3 ประเด็น ประเด็นแรก ได้แก่ การก�ำหนดให้ กสม. มีหน้าที่ และอ�ำนาจในการชีแ้ จงและรายงานข้อเท็จจริงทีถ่ กู ต้อง โดยไม่ชักช้า ในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์ เกีย่ วกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถกู ต้องหรือ ไม่เป็นธรรม อาจไม่สอดคล้องกับหลักความเป็นอิสระ ในการปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ข องสถาบั น สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน แห่ ง ชาติ ต ามหลั ก การปารี ส และมี ผ ลก���ะทบต่ อ ความเชื่อมั่นของ กสม. ประเด็นทีส่ อง การทีก่ ฎหมายไม่ได้บญ ั ญัตใิ ห้ กสม. มีหน้าที่และอ�ำนาจในการประนีประนอมข้อพิพาท ด้านสิทธิมนุษยชนไว้ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่สอดคล้องกับ หลักการปารีสและจะช่วยให้ กสม. สามารถแก้ไข ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างรวดเร็วเป็น ประโยชน์แก่คู่กรณีทุกฝ่าย ซึ่งในทั้งสองประเด็นนี้ กสม. ได้มีการประสานงานกับทั้งฝ่ายบริหารและ ฝ่ายนิตบิ ญ ั ญัตเิ พือ่ ให้มกี ารปรับปรุงแก้ไขกฎหมายแล้ว ส่วนประเด็นที่สาม เป็นกรณีการตอบสนองต่อ ข้อเสนอแนะในรายงานผลการประเมินสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนของประเทศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่กฎหมายก�ำหนดให้หน่วยงานด�ำเนินการปรับปรุง แก้ไขตามความเหมาะสมโดยเร็ว กรณีไม่อาจด�ำเนิน การได้ หรือต้องใช้เวลาในการด�ำเนินการต้องแจ้ง เหตุผลให้ กสม. รับทราบ อย่างไรก็ดี แม้หน่วยงาน ของรัฐได้แจ้งความเห็นต่อรายงาน แต่ส่วนใหญ่เป็น การอธิบายเกีย่ วกับการด�ำเนินการและผลการด�ำเนินงาน มากกว่ า แจ้ ง ผลการด� ำ เนิ น การตามข้ อ เสนอแนะ ในรายงานหรือเหตุผลที่ไม่อาจด�ำเนินการได้หรือ ต้องใช้เวลา รวมทัง้ บางแห่งยังไม่ได้แจ้งผลด�ำเนินการ ในบางหัวข้อ/ประเด็น คณะรัฐมนตรีจึงควรก�ำชับ ให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐให้ความส�ำคัญ ต่ อ การด� ำ เนิ น การตามข้ อ เสนอแนะในรายงาน กรณีไม่อาจด�ำเนินการได้ ควรแจ้งเหตุผลให้ กสม. ทราบเพื่อน�ำไปวิเคราะห์และปรับปรุงข้อเสนอแนะ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น 13

اختر الفقرة المستهدفة3