ส�ำหรับกรณีที่ กสม. มีข้อเสนอแนะให้กระทรวง
อุ ต สาหกรรมก� ำ กั บ ดู แ ลเร่ ง รั ด ให้ มี ก ารด� ำ เนิ น การ
ก� ำ จั ด กากอุ ต สาหกรรมให้ ถู ก ต้ อ งตามหลั ก วิ ช าการ
โดยเร็ ว ข้ อ เท็ จ จริ ง ปรากฏว่ า กากอุ ต สาหกรรม
จ�ำนวนมากที่ยังไม่มีการขนย้ายออกไปซึ่งอาจรั่วซึม
ออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก ส่งผลกระทบต่อทรัพยากร
ธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ ม ตลอดจนสุ ข ภาพและ
การด� ำ รงชี วิ ต ของชุ ม ชน นอกจากนี้ กสม. ได้ น� ำ
ประเด็ น เกี่ ย วกั บ การเยี ย วยาผลกระทบให้ กั บ
ประชาชนในพื้ น ที่ แ ละการฟื ้ น ฟู สิ่ ง แวดล้ อ มเป็ น
ประเด็นตรวจสอบใหม่ด้วย
ส่วนกรณีหน่วยงานไม่อาจด�ำเนินการตามข้อเสนอแนะ
ของ กสม. ได้ โ ดยมี เ หตุ ผ ลอั น สมควร ได้ แ ก่ กรณี
โครงการเหมืองแร่ถา่ นหิน ทีม่ ขี อ้ เสนอแนะให้สำ� นักงาน
อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ประสานความร่วมมือ
ไปยังอ�ำเภออมก๋อย และองค์การบริหารส่วนต�ำบลอมก๋อย
เพือ่ หารือถึงแนวทางในการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น
ของชุมชนตามพระราชบัญญัตแิ ร่ พ.ศ. 2560 แต่สำ� นักงาน
อุ ต สาหกรรมจั ง หวั ด เชี ย งใหม่ ไ ม่ อ าจด� ำ เนิ น การได้
เนื่ อ งจากตั ว แทนองค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� ำ บลอมก๋ อ ย
ผู้น�ำชุมชน และตัวแทนกลุ่มราษฎร ไม่เข้าร่วมประชุม
ประกอบกับมีกลุม่ ราษฎรรวมตัวคัดค้านการประชุมหารือ
และการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนฯ
โดยให้ เ หตุ ผ ลว่ า รายงานการวิ เ คราะห์ ผ ลกระทบ
สิง่ แวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA)
ยังไม่เรียบร้อยเป็นที่ยุติ จึงไม่เห็นด้วยกับการจัดประชุม
รับฟังความคิ ด เห็ น ที่ ส� ำ นั ก งานอุ ต สาหกรรมจั ง หวั ด
เชียงใหม่จะจัดให้มีขึ้น
2) ข้อเสนอแนะเกีย่ วกับสิทธิในกระบวนการยุตธิ รรม
กสม. มี ข ้ อ เสนอแนะเพื่ อ ให้ ห น่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ ง
ด�ำเนินการ เช่น (1) กรณีพนักงานสอบสวนด�ำเนินคดี
กั บ ผู ้ ต ้ อ งหาที่ ถู ก อายั ด ตั ว ล่ า ช้ า ให้ ส� ำ นั ก งานต� ำ รวจ
แห่ ง ชาติ ก� ำ ชั บ สถานี ต� ำ รวจทุ ก แห่ ง ให้ ค วามร่ ว มมื อ
ในการชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน ตรวจสอบหา
สาเหตุความล่าช้า ให้เร่งรัดการด�ำเนินคดีกับผู้ต้องหา
ประมวลข้อมูล ปัญหาอุปสรรค และข้อจ�ำกัดต่าง ๆ
เกี่ ย วกั บ กระบวนการและขั้ น ตอนในการด� ำ เนิ น คดี
ที่มีการอายัดตัวผู้ต้องหาซึ่งถูกคุมขังในคดีอื่น เพื่อให้
มีการก�ำหนดแนวทางในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
ให้ กั บ พนั ก งานสอบสวนทั่ ว ประเทศ รวมทั้ ง พั ฒ นา
และปรั บ ปรุ ง ขั้ น ตอนการปฏิ บั ติ ง านเพื่ อ อ� ำ นวย
ความสะดวกให้พนักงานสอบสวนในการปฏิบัติหน้าที่
ดังกล่าว โดยอาจน�ำระบบการถ่ายทอดภาพและเสียง
ในลั ก ษณะการประชุ ม ทางจอภาพและเทคโนโลยี
ด้านสารสนเทศมาใช้ในทางปฏิบัติให้มากขึ้น (2) กรณี
ร้ อ งขอให้ มี ห ้ อ งสื บ สวนสอบสวนส� ำ หรั บ บุ ค คล
หลากหลายทางเพศ ให้สำ� นักงานต�ำรวจแห่งชาติกำ� หนด
แนวทางปฏิบัติให้สถานีต�ำรวจทุกแห่งจัดสรรสถานที่
ทีเ่ หมาะสม มิดชิด และเป็นส่วนตัวไว้สำ� หรับบุคคลทุกเพศ
โดยในระยะแรกให้ ใ ช้ ห ้ อ งสอบสวนในคดี ที่ เ ด็ ก
เป็นผู้กระท�ำความผิดหรือเป็นผู้เสียหาย เป็นสถานที่
ผลการด�ำเนินงาน
ในภาพรวม
ส่ ว นท้ อ งถิ่ น ตราข้ อ บั ญ ญั ติ ท ้ อ งถิ่ น ให้ มี ร ายละเอี ย ด
เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการออกแบบและการก่อสร้าง
สถานที่คัดแยก แปรสภาพ และก�ำจัดสิ่งปฏิกูลและ
มูลฝอย และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก�ำหนดให้
ผู้ประกอบการจัดให้มีแผนการป้องกัน แก้ไขปัญหา
และเย���ยวยาผลกระทบ มีการบูรณาการความร่วมมือ
กั บ หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ งและในพื้ น ที่ ด� ำ เนิ น การ
ตรวจสอบและติ ด ตามการประกอบกิ จ การ รวมทั้ ง
จัดหลักสูตรอบรมการบังคับใช้กฎหมายให้แก่เจ้าหน้าที่
ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และ (5) กรณีการประกอบกิจการ
รับซือ้ น�ำ้ ยางและผลิตยางแผ่น องค์การบริหารส่วนต�ำบล
บ้านนิคมมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการเฝ้าระวัง
และตรวจสอบเรื่ อ งร้ อ งเรี ย นประเภทกิ จ การที่ เ ป็ น
อันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งมีอ�ำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ
ข้ อ ร้ อ งเรี ย น เสนอแนะแนวทางการแก้ ไ ขปั ญ หา
และติ ด ตามผลการด� ำ เนิ น การแก้ ไ ขและรายงานให้
เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ
บทที่
3
53