รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ การศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน ๑๕ ปี ที่ รั ฐ มี ห น้ า ที่ จั ด การให้ โดยไม่มคี า่ ใช้จา่ ย กลุม่ ทีม่ อี ตั ราการเข้าเรียนต�ำ่ คือ กลุม่ เด็ก ก่อนวัยเรียนและกลุ่มเด็กในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นอกจากนี้ กลุ ่ มเด็ ก ด้อยโอกาสทางสังคมที่นอกเหนื อ จากกลุ่มเด็กยากจน เด็กพิการและเด็กที่มีความต้องการ พิเศษทางด้านการเรียนรู้ที่รัฐมีนโยบายให้ความช่วยเหลือ ชั ด เ จ น แ ล ้ ว ยั ง อ า จ มี เ ด็ ก ก ลุ ่ ม อื่ น ที่ มี อุ ป ส ร ร ค ในการเข้าถึงการศึกษา เช่น เด็กในสถานพินิจฯ เด็กเร่ร่อน เด็กทีต่ ดิ ตามแรงงานข้ามชาติ และเด็กทีอ่ ยูร่ ว่ มกับเอชไอวี /เอดส์ เป็นต้น ในด้านคุณภาพการศึกษา ผลการทดสอบ ทางการศึ ก ษาระดั บ ชาติ ขั้ น พื้ น ฐานของประเทศที่ มี ค่าเฉลี่ยต�่ำกว่าร้อยละ ๕๐ โดยมีความสัมพันธ์กับขนาด และทีต่ งั้ ของโรงเรียน (ใน/นอกเขตเมือง) สะท้อนถึงปัญหา ของคุณภาพการศึกษาโดยรวม รวมถึงปัญหาความเหลือ่ มล�ำ้ ของคุณภาพการศึกษาตามขนาดและที่ตั้งของโรงเรียน ข้อเสนอแนะ ๑. รัฐควรเร่งด�ำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เพื่ อ ให้ เ ด็ ก และเยาวชนทุ ก กลุ ่ ม เข้ า ถึ ง การศึ ก ษาที่ มี คุ ณ ภาพอย่ า งทั่ ว ถึ ง สอดคล้ อ งกั บ รั ฐ ธรรมนู ญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยให้ความส�ำคัญ กับกลุ่มเด็กที่มีอัตราการเข้าถึงการศึกษาต�่ำ คือ กลุ่มเด็ก ก่ อ นวั ย เรี ย นและเด็ ก ในระดั บ มั ธ ยมศึ ก ษาตอนปลาย เด็ ก ที่ ด ้ อ ยโอกาสทางสั ง คมกลุ ่ ม ต่ า ง ๆ รวมทั้ ง เด็ ก ทีอ่ อกจากโรงเรียนกลางคัน รัฐควรวิเคราะห์ถงึ สาเหตุทเี่ ป็น อุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาและมีมาตรการเพื่อขจัด อุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาส�ำหรับเด็กแต่ละกลุ่ม 88 รวมถึงมีการจัดการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นเหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมาย ๒. รัฐควรเร่งรัดพัฒนาคุณภาพการศึกษาในทุกระดับชั้น อย่างต่อเนื่อง โดยการอบรมและพัฒนาครูให้มีความรู้ และทักษะที่เหมาะสมในการสอน มีการจัดหาอุปกรณ์ และสื่อการเรียนการสอนอย่างเพียงพอ รวมถึงการน�ำ เทคโนโลยี ส ารสนเทศมาใช้ ส นั บ สนุ น การด� ำ เนิ น การ ดังกล่าว ตลอดจนมีการติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ ของการด� ำ เนิ น การตามนโยบายและมาตรการต่ า ง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาเป็นระยะ ๆ ๓. ในการจั ด การศึ ก ษา รั ฐ ควรมุ ่ ง พั ฒ นาบุ ค ลิ ก ภาพ ความถนั ด และสามารถทางร่ า งกายและจิ ต ใจของเด็ ก ให้ เ ต็ ม ตามศั ก ยภาพของเด็ ก แต่ ล ะคนตามแนวทาง ในอนุ สั ญ ญา CRC และควรพั ฒ นาการศึ ก ษาในระดั บ มั ธ ยมศึ ก ษาทั้ ง ในสายสามั ญ และสายอาชี พ เพื่ อ พั ฒ นา ทักษะในการประกอบอาชีพด้านต่าง ๆ ส�ำหรับเยาวชน ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงาน ๔. รัฐควรมีการติดตามการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็น ระบบและเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ทราบความคืบหน้าหรือ ปั ญ หาอุ ปสรรคในการด� ำ เนิ นการและก� ำ หนดแนวทาง ในการแก้ไข รวมทั้งควรมีการก�ำหนดตัวชี้วัดที่สอดคล้อง กั บเ ป้ า ห ม า ย เ พื่ อปร ะ โ ย ช น์ ในก า ร ปร ะ เ มิ น ผ ล การด�ำเนินการปฏิรูป และควรเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ให้สาธารณชนทราบด้วย

اختر الفقرة المستهدفة3