3. ปรับแก้พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มีบทบัญญัติที่ เป็นการเลือกปฏิบัติ เช่น ให้
เฉพาะผู้มีสัญชาติไทยสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานและเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน มีบทกาหนดโทษอาญา
สาหรับการนัดหยุดงาน
4. ปรับแก้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มุ่งให้ความคุ้มครองลูกจ้างจากการถูกละเมิด
โดยนายจ้างเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงการถูกละเมิดโดยเพือ่ นร่วมงาน เช่น มาตรา 16 ที่ห้ามการคุกคามทางเพศ
ในที่ทางาน คุ้มครองเฉพาะกรณีนายจ้าง-ลูกจ้างเท่านั้น ไม่รวมการคุกคามระหว่างลูกจ้างด้วยกัน หรือบุคคลที่
สาม เช่น ลูกค้า หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นายจ้างควรมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการทา
ให้สภาพแวดล้อมการทางานของลูกจ้างปลอดภัยจากการถูกละเมิดและคุกคามไม่ว่าจากบุคคลใด กฎหมาย
คุ้มครองแรงงานดังกล่าวจึงควรระบุให้เป็นหน้าที่ของนายจ้างในการออกข้อบังคับในการทางานว่าพฤติกรรมใด
ไม่ควรกระทาในที่ทางาน และบทลงโทษขั้นสูงสุดหากมีการฝ่าฝืน
5. ประสานการทางานกับหน่วยงานและภาคส่วนอื่น รวมถึงต่างประเทศอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะ
กรณีแรงงานข้ามชาติ ซึ่งมีกฎระเบียบในการเข้าเมือง หางาน และทางานเพิ่มเติมจากแรงงานทั่วไป ต้องมีการ
ประสานงานกับหน่วยงานในไทยและต่างประเทศในการให้ความคุ้มครอง เช่น กรณีการจ้างแรงงานข้ามชาติ
หากมีการละเมิดแรงงานโดยนายหน้าต่างชาติ ก็ต้องมีการประสานกับประเทศต้นทางให้เอาผิดหรือติดตาม
ผู้กระทาการละเมิด
6. จัดตั้งคณะทางานประจาที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ นายจ้าง ลูกจ้าง และนักวิชาการที่
จะช่วยนาเสนอ พิจารณา และจัดทาข้อเสนอในการรองรับประเด็นปัญหาที่มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อสภาพ
การทางานในอนาคต
2.4
สิทธิสาหรับธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน
ช่องว่างปัจจุบัน
1. ปัญหาที่ยังเกี่ยวเนื่องกับเกษตรพันธสัญญาฉบับใหม่ ซี่งเกิดขึ้นในกระบวนการไกล่เกลี่ยที่มักจะ
พบว่าการไกล่เกลี่ยยังมีความไม่เท่าเทียมในอานาจการเจรจา โดยเกษตรกรมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบและควร
จะมีกลไกการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในกระบวนการไกล่เกลี่ ย ปัญหานี้เป็นปัญหาพื้นฐานที่สาคัญที่จะทา
ให้กระบวนการเยียวยามีประสิทธิภาพ
2. การค้าที่ไม่เป็นธรรม พบว่ามีปัญหามากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งเนื่องจากพระราชบัญญัติการแข่งขัน
ทางการค้าได้มีการปรับปรุงเป็นฉบับใหม่ ซึ่งพบว่ามีปัญหา (1) การรักษาความเหมาะสมระหว่างกฎระเบียบ
กฎหมายตาม พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า กับผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้ รับอย่างแท้จริง (2)
ปัญหาในเรื่องของนิยามของการกระทาความผิด (3) ปัญหาการเข้ามาคุมตลาดของทุนจีน (4) ปัญหาการ
ตรวจสอบนโยบายภาครัฐ และการดาเนินงานของรั ฐวิสาหกิจว่ามีการเคารพสิทธิในห่วงโซ่อุปทานมากน้อย
เพียงใด
3. การผลักดันให้เกิดการเคารพสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน ในส่วนนี้จะเห็นความพยายามเป็น
อย่างมากของธุรกิจส่งออกขนาดใหญ่ของไทยที่ส่งออกไปยังประเทศปลายทางที่มีการคานึงถึงสิทธิมนุษยชนใน
ห่ ว งโซ่อุ ป ทาน ในการผลั ก ดัน การเคารพสิ ทธิ มนุ ษยชนในห่ ว งโซ่ อุปทาน เช่ น กรณี ของประมง (Illegal,
Unreported and Unregulated Fishing หรือ IUU) ซึ่งประเทศไทยได้มีการผลักดันเป็นวาระสาคัญของ
ประเทศและได้ทาให้ปัญหาเบาบางลงแล้ว แต่ปัญหาที่ยังคงมีอยู่ คือ การผลักดันให้เกิดการเคารพสิทธิ
10