-๔(๑๐) เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่
หรือถือว่ากระทาการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
(๑๑) เคยต้องคาพิพากษาหรือคาสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะ
ร่ารวยผิดปกติ หรือเคยต้องคาพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจาคุก เพราะกระทาความผิดตามกฎหมาย
ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
(๑๒) เคยต้องคาพิพากษาอันถึงที่สุด ว่ากระทาความผิด ต่อตาแหน่งหน้าที่ราชการ หรือ
ต่อตาแหน่ งหน้ าที่ใ นการยุติธ รรม หรือกระทาความผิด ตามกฎหมายว่าด้ วยความผิด ของพนักงาน
ในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทาโดยทุจริตตามประมวลกฎหมาย
อาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติด
ในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นาเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือ
หรือเจ้าสานักกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน
(๑๓) เคยต้องคาพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทาการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
(๑๔) อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดารงตาแหน่งทางการเมือง
(๑๕) เคยพ้นจากตาแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการเสนอ การแปรญัตติ หรือการ
กระทาด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการมีส่ว น
ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย
(๑๖) เคยพ้นจากตาแหน่งเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดารงตาแหน่ง
ทางการเมืองมีคาพิพากษาว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ารวยผิดปกติ หรือกระทาความผิดฐานทุจริต ต่อหน้าที่
หรื อจงใจปฏิ บั ติหน้ าที่หรื อใช้ อ านาจขั ดต่ อบทบัญญั ติ แห่ งรัฐธรรมนู ญ หรื อกฎหมาย หรื อฝ่าฝื นหรื อ
ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
(๑๗) เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทา
โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๑๘) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง หรือ
สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการสรรหา
(๑๙) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกหรือผู้ดารงตาแหน่งอื่นของพรรคการเมืองในระยะสิบปีก่อนเข้ารับ
การสรรหา
(๒๐) เป็นข้าราชการซึ่งมีตาแหน่งหรือเงินเดือนประจา
(๒๑) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของ��น่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือ
กรรมการหรือที่ปรึกษาของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ
(๒๒) เป็นผู้ดารงตาแหน่งใดในห้างหุ้นส่วนบริษัท หรือองค์กรที่ดาเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกาไร
หรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใด
(๒๓) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ
(๒๔) มีพฤติการณ์อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
(๒๕) เป็นผู้ที่มีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดแจ้ง