3
การประเมิินสถานการณ์์
สิิทธิิมนุุษยชน
พััฒนาการหรืือความก้้าวหน้้า
02
การประเมิินสถานการณ์์ด้้านสิิทธิิพลเมืืองและสิิทธิิทางการเมืือง
การมีี ผ ลบัั ง คัั บ ใช้้ ข อง พ.ร.บ. ป้้ อ งกัั น และ
ปราบปรามการทรมานฯ นัับเป็็นพััฒนาการที่่�สำำ�คััญของ
ประเทศไทยที่่�แสดงเจตนารมณ์์เพื่่�อให้้การคุ้้�มครองและ
ประกัันว่่าบุุคคลทุุกคนจะไม่่ถููกกระทำำ�ทรมานและบัังคัับ
ให้้สููญหายอัันเป็็นการละเมิิดสิทิ ธิิมนุษุ ยชนอย่่างร้้ายแรง
และไม่่อาจกระทำำ�ได้้ไม่่ว่่าสถานการณ์์ใดๆ ซึ่่�ง กสม.
ได้้ร่่วมขัับเคลื่่�อนและเน้้นย้ำ�ม
�ำ าโดยตลอด ปรากฏตาม
ข้้อเสนอแนะในรายงานผลการประเมิิ นส ถานการณ์์
ด้้านสิิทธิิมนุุษยชนของประเทศไทย ปีี 2565 แม้้ก่่อน
การบัังคัับใช้้ พ.ร.บ. ป้้องกัันและปราบปรามการทรมานฯ
จะมีีข้อ้ ห่่วงกัังวลบางประการเกี่่�ยวกัับการเตรีียมความพร้้อม
เพื่่�อปฏิิบััติิหน้้าที่่�ตามกฎหมาย
“
แต่่ภายหลััง พ.ร.บ. มีีผลบัังคัับใช้้
พบว่่าหน่่วยงานที่่�เกี่่�ยวข้้องได้้ดำำ�เนิินการ
เพื่่�อรองรัับการปฏิิบััติิหน้้าที่่�ตามกฎหมาย
อย่่างต่่อเนื่่อ� ง
”
อาทิิ การจััดทำ�ำ ระเบีียบสำำ�หรัับปฏิิบััติิหน้้าที่่� การจััดทำ�ำ
สื่่� อ ประชาสัั มพัั นธ์์ แ ละการอบรมเพื่่� อ สร้้ า งความรู้้�
ความเข้้าใจแก่่เจ้้าหน้้าที่่�ของรััฐที่่�เกี่่�ยวข้้อง การจััดตั้้�ง
ศููนย์์ รัั บ แจ้้ ง เหตุุ รวมถึึ ง การยกเลิิ ก สถานที่่� ล งโทษ
ในหน่่วยงานทหาร อย่่างไรก็็ดีี ยัังมีีระเบีียบ ข้้อบัังคัับ
ในการปฏิิ บัั ติิ ห น้้ า ที่่� ข องเจ้้ า หน้้ า ที่่� รัั ฐ ที่่� เ กี่่� ย วข้้ อ ง
ที่่� อ ยู่่� ร ะหว่่ า งดำำ� เนิิ น การ ซึ่่� ง ควรพิิ จ ารณาเพื่่� อ ให้้ มีี
ความสอดคล้้ อ งกัั บ เจตนารมณ์์ ต ามรัั ฐ ธรรมนููญ
พัันธกรณีีระหว่่างประเทศด้้านสิิทธิิมนุษุ ยชน และกฎหมาย
ที่่�เกี่่�ยวข้้อง
ปััญหาหรืืออุุปสรรค
แม้้ประเทศไทยจะมีีกฎหมายว่่าด้้วยการป้้องกััน
และปราบปรามการทรมานและการกระทำำ� ให้้ บุุ ค คล
สููญหายอัันเป็็นการดำำ�เนิินการที่่�สอดคล้้องกัับพัันธกรณีี
ระหว่่างประเทศด้้านสิิทธิิมนุษุ ยชน แต่่รัฐั บาลควรเร่่งรััด
ดำำ� เนิิ น การเรื่่� อ งสำำ�คัั ญ ในการเข้้ า เป็็ นภ าคีี อ นุุ สัั ญ ญา
44
CPED และพิิธีสี ารเลืือกรัับของอนุุสัญ
ั ญา CAT (OPCAT)
เพื่่�อนำำ�ไปสู่่�การจััดตั้้ง� กลไกป้้องกัันการทรมานระดัับชาติิ
(National Preventive Mechanism - NPM) ที่่�เป็็น
หน่่วยงานอิิสระในการตรวจเยี่่�ยมสถานที่่�ที่่�มีีการคุุมขััง
หรืือควบคุุ มตัั ว ซึ่่� ง เป็็ น การยกระดัั บ การดำำ� เนิิ น การ
เพื่่�อคุ้้�มครองและป้้องกัันการกระทำำ�ทรมานให้้ดีียิ่่�งขึ้้�น
เทีียบเท่่ามาตรฐานสากลและทำำ�ให้้การบัังคัับใช้้ พ.ร.บ.
ป้้องกัันและปราบปรามการทรมานฯ มีีประสิิทธิิภาพ
และอำำ�นวยความยุุติธิ รรมให้้กับผู้้�
ั เสีียหายได้้อย่่างแท้้จริงิ
ในปีี นี้้� ยัั ง ไม่่ พบ รายงานการดำำ� เนิิ น การของรัั ฐ บาล
ตามข้้อเสนอแนะ กสม. ในการผลัักดัันแนวทางการใช้้
ความเห็็นทางการแพทย์์และการพััฒนาระบบการบัันทึกึ
ข้้ อ มููลสภาพร่่ า งกายและจิิ ต ใจของผู้้�ถููกควบคุุ มตัั ว
และการจััดทำ�ม
ำ าตรการหรืือแนวทางการเยีียวยาผู้้�เสีียหาย
ซึ่่� ง จะเป็็ น กลไกสำำ�คัั ญ ที่่� จ ะช่่ ว ยให้้ ผู้้� เสีี ย หายได้้ เ ข้้ า ถึึ ง
ความยุุติิธรรมและการเยีียวยาตามกฎหมายอัันเป็็น
สิิ ท ธิิ ที่่� ไ ด้้ รัั บ การรัั บ รองไว้้ ต าม พ.ร.บ. ป้้ อ งกัั น และ
ปราบปรามการทรมานฯ มาตรา 32 รัั ฐ ธรรมนููญ
มาตรา 25 และอนุุ สัั ญ ญา CAT ข้้ อ 14 รวมถึึ ง
การพิิ จ ารณาเรื่่� อ งร้้ อ งเรีี ย นและการฟ้้ อ งคดีี ต่่ อ ศาล
ภายใต้้ พ.ร.บ. ป้้องกัันและปราบปรามการทรมานฯ
ของหลายกรณีียังั ไม่่พบความคืืบหน้้าที่่�สำ�คั
ำ ญ
ั นอกจากนี้้�
“
กสม. ยัังมีีข้้อห่่วงกัังวลต่่อ
สถานการณ์์เรื่่�องร้้องเรีียนกรณีีกล่่าวอ้้างว่่า
มีีเจ้้าหน้้าที่่�ของรััฐกระทำำ�ทรมานที่่�ยัังคง
มีีเข้้ามาอย่่างต่่อเนื่่�องและพบว่่าบางกรณีี
อาจมีีการกระทำำ�อัันเป็็นการทำำ�ร้้ายร่่างกาย
เพื่่�อให้้รัับสารภาพ และการใช้้กำำ�ลัังเกิินจำำ�เป็็น
ในระหว่่างการจัับกุุมควบคุุมตััว
”
ซึ่่�งไม่่สอดคล้้องตาม พ.ร.บ. ป้้องกัันและปราบปราม
การทรมานฯ และอนุุสััญญา CAT รวมถึึงข้้อห่่วงกัังวล
ต่่ อ เหตุุ ก ารณ์์ ก ารเสีี ย ชีี วิิ ต ของทหารเกณฑ์์ ที่่� ยัั ง คง
มีีรายงานเกิิดขึ้้�นเป็็นระยะแม้้จะมีีการยกเลิิกสถานที่่�
ลงโทษในหน่่วยงานทหารแล้้วก็็ตาม สำำ�หรัับการบัังคัับ
บุุ ค คลให้้ สูู ญหาย ยัั ง ไม่่ พบ ความคืื บ หน้้ า ที่่� สำำ�คัั ญ
ในการติิ ดต ามตัั ว กรณีี ก ารสููญหายของบุุ ค คลที่่� เ ป็็ น
นัักเคลื่่อ� นไหวทางการเมืืองและนัักปกป้้องสิิทธิิมนุษุ ยชน
รวมทั้้�งกรณีีของผู้้�ที่่�ถููกบัังคัับให้้สููญหายในต่่างประเทศ