รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘ สภาพการท�ำงานและระบบประกันสังคม เมือ่ เปรียบเทียบ จ�ำนวนก�ำลังแรงงานรวมทั้งสิ้นกับจ�ำนวนผู้มีงานท�ำของประเทศ แสดงให้ เ ห็ น ว่ า ก� ำ ลั ง แรงงานของประเทศไทยเป็ น ผู ้ มี ง านท� ำ ในอัตราสูง อีกทั้งยังมีจ�ำนวนผู้มีงานท�ำที่เป็นแรงงานในระบบ มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี แต่อย่างไรก็ตาม พบว่าประเทศไทยมี จ�ำนวนแรงงานนอกระบบสูงกว่าจ�ำนวนแรงงานในระบบ ส่วนเรือ่ ง ระบบประกันสังคมเป็นการคุ้มครองสิทธิของแรงงานไทย ซึ่งจาก ข้อมูลจากส�ำนักงานประกันสังคม พบว่า ในปี ๒๕๕๖ – ๒๕๕๘ มีจ�ำนวนผู้ประกันตน ตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ รวมทั้งสิ้น ๑๒.๔๓ ล้านคน ๑๓.๖๓ ล้านคน และ ๑๓.๗๙ ล้านคน ตามล�ำดับ แสดงให้เห็นว่า จ�ำนวนก�ำลังแรงงานที่มีสิทธิได้รับ การคุ้มครองในระบบประกันสังคมมีจ�ำนวนเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ทั้งนี้ รัฐมีมาตรการการด�ำเนินการที่จะท�ำให้แรงงานนอกระบบเข้ามา อยู่ในระบบ โดยมีความก้าวหน้าอย่างมากในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ท�ำให้แรงงานได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและมีหลักประกัน ทางสังคมมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงพบว่า มีแรงงานบางกลุ่มยังไม่ได้รับ ความคุ้มครองอย่างทั่วถึง ได้แก่ กลุ่มลูกจ้างท�ำงานบ้าน ลูกจ้าง ที่ไปท�ำงานในต่างประเทศที่มักถูกละเมิดสิทธิจากนายจ้าง ค่าแรงขั้นต�่ำ เมื่อปี ๒๕๕๔ รัฐได้แถลงนโยบายให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้วันละไม่น้อยกว่า ๓๐๐ บาท และเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ ถือเป็นวันแรกที่ “ค่าแรงขั้นต�่ำ ๓๐๐ บาท” มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ ๗๗ จังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีการเรียกร้องจากกลุ่มแรงงานให้ปรับขึ้น ค่าแรงขั้นต�่ำจากวันละ ๓๐๐ บาท เป็น ๓๖๐ บาท และ ๔๒๑ บาทต่อวัน เพื่อให้เพียงพอต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน และเมื่อเปรียบ เทียบอัตราค่าแรงขัน้ ต�ำ่ ของประเทศกับประชาคมในกลุม่ อาเซียน จะเห็นได้วา่ ประเทศไทยมีอตั ราค่าแรงขัน้ ต�ำ่ เฉลีย่ ต่อวันเป็นอันดับ ๔ จาก ประเทศกลุ่มอาเซียน ๑๐ ประเทศ การรวมตั ว และเสรี ภ าพในการสมาคมด้ า นแรงงาน ประเทศไทยได้เข้าร่วมก่อตั้งองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ตั้งแต่ปี ๒๔๖๒ โดยปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิ ขั้นพื้นฐานในการท�ำงาน (ILO Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) ก�ำหนดให้ประเทศสมาชิก เคารพและปฏิบัติตามสิทธิในการท�ำงานขั้นพื้นฐานครอบคลุม ๔ ประเด็ น หลั ก ได้ เ เก่ (๑) เสรี ภ าพในการสมาคมและการ รับรองที่มีผลจริงจังส�ำหรับสิทธิในการต่อรองร่วม (๒) การขจัด การบังคับใช้เเรงงานในทุกรูปแบบ (๓) การยกเลิกการใช้แรงงานเด็ก และ (๔) การขจัดการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานและประกอบ อาชีพ๑๘ ทั้งนี้ ยังมีอนุสัญญาด้านแรงงานที่ประเทศไทยยังมิได้ ให้สัตยาบัน๑๙ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสมาคมและเจรจาต่อรอง ได้แก่ อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ ๘๗ ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุม้ ครองสิทธิในการรวมตัวกัน ค.ศ. ๑๙๔๘ และฉบับที่ ๙๘ ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัว และการ ร่วมเจรจาต่อรอง ค.ศ. ๑๙๔๙ โดยกระทรวงแรงงานได้เตรียมการ เพื่อเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าว และได้เสนอเรื่อง ให้ รั ฐ สภาพิ จ ารณาไปแล้ ว แต่ เ นื่ อ งจากได้ เ กิ ด การควบคุ ม สถานการณ์ของ คสช. ในปี ๒๕๕๗ ท�ำให้เรื่องดังกล่าวถูกระงับไป ส� ำ หรั บ ในประเทศไทยพบว่ า ในภาครั ฐ วิ ส าหกิ จ มี จ� ำ นวน สหภาพแรงงานและสหพันธ์ในรัฐวิสาหกิจ รวม ๔๙ แห่ง ในภาค เอกชนมีสหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน สภาองค์การลูกจ้าง สมาคมนายจ้าง และสภาองค์การนายจ้าง รวม ๑,๘๔๑ แห่ง แต่ในภาคราชการยังไม่มกี ารจัดตัง้ สหภาพหรือสหพันธ์ดา้ นแรงงาน แต่อย่างใด๒๐ ๑๘ ข้อมูลจาก www.unionesso.org/ ๑๙ ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาที่เป็นกรอบมาตรฐานแรงงานและเป็นอนุสัญญาพื้นฐาน ๓ ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ ๘๗ ฉบับที่ ๙๘ และฉบับที่ ๑๑๑ ๒๐ ข้อมูลจ�ำนวนสหภาพ สหพันธ์ และสภาที่เกี่ยวข้องกับด้านแรงงาน ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ ของส�ำนักแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน 17

Выберите целевой абзац3