รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
ของชาติหรือความสงบเรียบร้อยของสาธารณะ หรือด้วยเหตุแห่งสาธารณสุขและศีลธรรมจะต้องด�ำเนินการอย่างระมัดระวัง
และเป็นไปตามวัตถุประสงค์อันชอบธรรม การด�ำเนินการจะต้องเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด มีสัดส่วนที่เหมาะสม
มีความจ�ำเพาะของกรณี มีความเชื่อมโยงโดยตรง และส่งผลชัดเจนจากการใช้สิทธินั้น ๆ และต้องไม่เป็นการจ�ำกัดสิทธิในการ
น�ำเสนอหรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อประโยชน์ของสาธารณะอย่างชอบธรรม
๑.๕ สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ในปี ๒๕๕๘ เหตุการณ์ความไม่สงบในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้มจี ำ� นวนลดลงเมือ่ เทียบกับในรอบ ๑๒ ปีทผี่ า่ นมา แต่ยงั พบว่า
สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของประชาชน ประเด็น
สิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิเด็กและสิทธิสตรียังเป็นประเด็นที่มีสถานการณ์น่าห่วงกังวลที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิด
สิทธิมนุษยชน เช่น การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงไปซักถาม การตรวจค้นสถานที่ที่ต้องสงสัยว่าเป็นที่ซ่อนตัว
ของผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง และการตรวจตัวอย่างสารพันธุกรรม (DNA) ในกลุ่มเด็กที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวพันกับผู้ต้องสงสัย
ในคดีความมั่นคง เป็นต้น
๒. สถานการณ์สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
สถานการณ์สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ส่วนใหญ่เป็นผลเนื่องจากนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ
ที่เน้นการขยายตัวตามระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม การด�ำเนินโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ขาดกระบวนการ
มี ส ่ ว นร่ ว มของประชาชน และขาดการค� ำ นึ ง ถึ ง ผลกระทบด้ า นต่ า ง ๆ จนส่ ง ผลให้ เ กิ ด ความเหลื่ อ มล�้ ำ
ทางเศรษฐกิ จ และสั ง คม การรวมตั ว และเคลื่ อ นไหวของกลุ ่ ม บุ ค คล หรื อ ชุ ม ชนที่ ไ ด้ รั บ ผลกระทบ
เพื่อปกป้องสิทธิของกลุ่มหรือชุมชน รวมถึงการฟ้องร้องด�ำเนินคดีต่อหน่วยงานของรัฐ และผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ กสม. มีข้อสังเกตใน ๗ ประเด็นหลัก ได้แก่
๒.๑ การบริหารจัดการพลังงาน
รัฐมีนโยบายผลักดันให้ชุมชนหรือเอกชนสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อผลิตพลังงานทดแทน เนื่องจากมีต้นทุนด้านวัตถุดิบต�่ำกว่า
พลังงานอืน่ ๆ ในขณะทีย่ งั มีความกังวลต่อการบริหารจัดการมลภาวะทีเ่ กิดขึน้ จนเป็นเหตุให้ชมุ ชนในพืน้ ทีค่ ดั ค้านโครงการดังกล่าว
เนื่องจากความไม่เหมาะสมของพื้นที่ก่อสร้างสถานที่ตั้งใกล้ชุมชน และความไม่ชัดเจนในการดูแลมลพิษที่เกิดขึ้น นอกจากนี้
ยังมีการฟ้องร้องคดีต่อศาลโดยให้เพิกถอนมติที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ และ
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อ�� ฉบับที่ ๗ ซึง่ ก�ำหนดให้โครงการโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอยในทุกขนาดก�ำลังผลิต
น�ำประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) มาใช้ โดยยกเว้นการจัดท�ำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งเเวดล้อม (EIA)
๒.๒ เหมืองแร่
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้ออกประกาศนโยบายการส�ำรวจและท�ำเหมืองแร่ทองค�ำในพื้นที่ ๑๒ จังหวัด
ท�ำให้เกิดการคัดค้านจากประชาชนในพืน้ ทีอ่ ย่างมาก เนือ่ งจากทีผ่ า่ นมาประเทศไทยประสบปัญหาจากนโยบายการท�ำเหมืองแร่
มาอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่ง กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียน ๕ ประเด็นหลัก คือ (๑) การขาด
การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงนโยบายของประชาชนและชุมชน (๒) การพิจารณาอนุญาตของหน่วยงานรัฐ (๓) การได้รับ
ผลกระทบจากกิจการที่ด�ำเนินอยู่ (๔) การฟื้นฟูพื้นที่ และเยียวยาสิทธิในพื้นที่ และ (๕) การข่มขู่และคุกคามอันเป็นผลจาก
การคัดค้านการท�ำเหมืองแร่ นอกจากนี้ ยังมีปัญหากฎหมายแร่ที่ล้าสมัยและขาดความเหมาะสมกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม
และสิ่งแวดล้อม และไม่อาจป้องกันและแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นได้
XVI