บทที่ ๒
แนวคิดและงำนศึกษำที่เกี่ยวข้อง
ในบทนี้จะได้นาเสนอการทบทวนประเด็นแนวคิดที่สาคัญเกี่ยวกับระบบไร่หมุนเวียนในฐานะองค์
ความรู้และวัฒนธรรมกับการเปลี่ยนแปลง งานศึกษาของต่างประเทศ กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้อง
ได้ แ ก่ ข้ อ ผู ก พั น และพั น ธะกรณี ร ะดั บ นานาชาติ รั ฐ ธรรมนู ญ ไทยกั บ ประเด็ น ด้ า นสิ ท ธิ ชุ ม ชน มติ
คณะรัฐมนตรีกรณีชาติพันธุ์กะเหรี่ยง นโยบายด้านการจัดการทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทย และ
ทบทวนประเด็นกรณีศึกษาข้อร้องเรียนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่เกี่ยวข้อง
๒.๑. ทบทวนแนวคิด ทฤษฎี
๒.๑.๑ แนวคิดเกี่ยวกับไร่หมุนเวียนในฐำนะองค์ควำมรู้และวัฒนธรรมในบริบท
กำรเปลี่ยนแปลง
องค์ความรู้และความเข้าใจในประเด็นระบบไร่หมุนเวียน ปรากฏในงานศึกษาวิจัยที่แสดงให้
เห็นถึงความสาคัญและความสัมพันธ์ของไร่หมุนเวียนกับประเด็นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของ
ชุมชนชาติพันธุ์บนที่สูง โดย กาญจนา เงารังสีและคณะ (๒๕๕๘) ได้สารวจงานศึกษาที่แสดงให้เห็นความ
เกี่ ย วกั บ พลั ง ทางภู มิ ปั ญ ญากั บ พลวั ต ของการจั ด การทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละการเกษตรในพื้ น ที่
ภาคเหนือ โดยพบว่ามีการศึกษาในประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องชัดเจนนับจาก พ.ศ.๒๕๓๘ เป็นต้นมา
อาทิ งานศึกษาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชาวกะเหรี่ยง ละเวือะและชาวไทยที่ตั้งถิ่นฐานบนที่
สูงซึ่งสามารถนาเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้แก้ปัญหาภัยแล้งของชูสิทธิ์ ชูชาติ พ.ศ.๒๕๓๘ และศึกษาอีก
ครั้งเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๓ ต่อมาในงานศึกษาของปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี พ.ศ.๒๕๓๙ ซึ่งถือเป็นงานสาคัญที่
เปิดพื้นที่พรมแดนความรู้เกี่ยวกับระบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชาวกะเหรี่ยงในเขตรักษา
พันธุ์สัตว์ป่า โดยเฉพาะระบบไร่หมุนเวียนที่เป็นหนึ่งในความรู้ทางนิเวศวิทยาที่มีความสาคัญมากที่สุด
และยังชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติและสิ่งเหนือธรรมชาติ
ช่วง พ.ศ.๒๕๔๑ มีงานศึกษาหลายชิ้นเกิดขึ้น อาทิงานของประเสริฐ ตระการศุภกร ที่ชี้ให้เห็น
ว่าภูมิปัญญาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้ นที่สูงมีส่วนสาคัญในการรักษาความ
หลากหลายทางชีวภาพ ในประเด็นเฉพาะเกี่ยวกับการทาเกษตรแบบไร่หมุนเวียนนั้น งานศึกษาของวรา
ลักษณ์ อิทธิพลโอฬารในปีเดียวกันนี้ ได้ชี้ให้เห็นว่าการทาไร่หมุนเวียนนั้นเป็นระบบการเกษตรที่ต้อง
อาศัยภูมิปัญญาด้านต่างๆ อย่างซับซ้อนและยังมี ความสามารถในการปรับตัวได้ดี ซึ่งสอดคล้องกับงาน
ศึกษาของกรรณิการ์ พรมเสาร์ที่ได้นาเสนอความรู้ของปกาเกอะญอในการอธิบายความซับซ้อนของป่า
ประเภทต่างๆ ซึ่งสัมพันธ์กับวัฒนธรรม คติความเชื่อได้อย่างลึกซึ้งในงานศึกษา��องเขาในปี พ.ศ.๒๕๔๒
กล่าวได้ว่าความเข้าใจเกี่ย วกับระบบการทาเกษตรแบบไร่ห มุนเวียนนั้น เป็นที่ยอมรับ ทาง
วิชาการในฐานะองค์ความรู้หรือภูมิปัญญาที่สาคัญต่อการจัดการทรัพยากรธรมชาติและการอยู่ร่วมกับ
ระบบนิเวศของชุมชนชาติพันธุ์บนที่สูงมาอย่างยาวนาน โดยในปี พ.ศ.๒๕๔๒ งานวิจัยของยศ สันต
สมบัติ ได้ขยายความเข้าใจต่อประเด็นดังกล่าวในฐานะ “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่สัมพันธ์กับเรื่องอานาจ
ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยชี้ว่าไร่หมุนเวียนเป็นระบบนิเวศเกษตรที่มีประสิทธิภาพและมีศักยภาพในการ
จัดการป่าได้อย่างยั่งยืน
๖