๑.๕.๒ ทราบถึงข้อมูลสถานภาพพื้นที่ชุมชนตามกฎหมายและนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรมแบบไร่หมุนเวียนในพื้นที่เป้าหมาย ๑.๕.๓ เกิด ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการกาหนดนโยบายสู่ การแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายต่อ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อเสนอผลักดันให้หน่วยงานและกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในการ กาหนดเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษและการจัดทายุทธศาสตร์การแก้ ไขปัญหาข้อพิพาทกรณีที่ดินทากิน ที่ อยู่อาศัย ๑.๖ เค้ำโครงเนื้อหำรำยงำนกำรศึกษำ รายงานการศึกษาประกอบด้วยเนื้อหาทั้งหมด ๕ บท ได้แก่ บทที่ ๑ “บทน า” อธิบ ายถึงหลั ก การและเหตุผ ล วัตถุประสงค์ ระเบียบวิธีวิจัย ขอบเขต การศึกษาวิจัยและการดาเนินงาน พื้นที่ศึกษา ผลที่คาดว่าจะได้รับและระยะเวลาในการศึกษา บทที่ ๒ “แนวคิดและงานศึกษาที่เกี่ยวข้อง” โดยนาเสนอเนื้อหาการทบทวนแนวคิด ทฤษฎี และงานศึกษาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสังเคราะห์นโยบาย กฎหมายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่ เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์เพื่ อนามาปรับใช้ในแนวทางการศึกษา โดยแบ่งการนาเสนอออกเป็น ๔ ส่วน ได้แก่ ๒.๑ ทบทวนแนวคิดและทฤษฎี ๒.๒ กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้อง ๒.๓ นโยบายด้านการจัดการทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทย ๒.๔ กรณีศึกษาข้อร้องเรียนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) บทที่ ๓ “ชุมชนกะเหรี่ยงภาคเหนือกับไร่หมุนเวียน” โดยนาเสนอผลการสารวจข้อมูลจานวน ชุมชนกะเหรี่ยงกับการทาไร่หมุนเวียนและอธิบายถึงรูปแบบ สถานภาพของการทาไร่หมุนเวียนของ ชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย ๕ จังหวัด บทที่ ๔ “กรณีศึกษาชุมชนกะเหรี่ยงกับไร่หมุนเวียน” อธิบายผ่านการิเคราะห์กรณีศึกษาของ แต่ละพื้นที่เพื่อสะท้อนให้เห็นประเด็นการปรับตัวของชุมชนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน (จาก บทที่ ๓) ที่สัมพันธ์กับข้อจากัดและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย นโยบายรัฐ บทที่ ๕ “สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ” นาเสนอสรุปผลการศึกษาในเชิงค้นพบจาก โดย แบ่งการอธิบายออกเป็นประเด็นตามกรอบคิดในการศึกษาเพื่อตอบวัตถุประสงค์ของการศึกษา ๕

Выберите целевой абзац3