ลักษณะทั่วไปของหย่อมบ้านผาเมือง
ต่อมาชาวบ้านจึงได้ย้ายข้ามไปอยู่ ฝั่ง (แดลอทีเปอคี) ในช่วงแรกมี ๕ ครอบครัว ต่อมาชาวบ้าน
จากห้วยมะแขว่น แม่ฉางข้าว เข้ามาอาศัยอยู่ด้วยเพิ่มอีกประมาณ ๑๒ ครอบครัว ซึ่งนายเหว่คา ได้ดารง
ตาแหน่งผู้นาหมู่บ้าน (หี่โข่) เมื่อนายเหว่คาเสียชีวิต ลูกหลานจึงอพยพย้ายบ้านเรือนขึ้น ไปทิศเหนือไป
อีกประมาณ ๑๐๐ เมตร เมื่อได้ผู้นาคนใหม่จึงเริ่มมีการบุกเบิกขยายการทาไร่ชา เริ่มค้าขายกับกลุ่มอื่นๆ
เช่น ชาวจีนฮ่อ ชาวม้ง และเริ่มค้าขายกับคนพื้นเมืองตาบลบ้านโป่ง ตาบลป่างิ้ว ตาบลเวียง เขตอาเภอ
เวียงป่าเป้า เช่น ลูกชิด และช่วงประมาณ พ.ศ.๒๕๑๓ ชาวบ้านเริ่มได้รับบัตรประชาชนและรับการโอน
สัญชาติไทย โดยในระยะต่อมายังมีการย้ายบ้านเรือนของบางครอบครัว
วิถีชีวิต ของคนห้ ว ยหิ น ลาด ยังเน้น พึ่งพาและผู กพันกับธรรมชาติ พื้นที่ ป่าจึง มีความส าคัญ
สาหรับการดารงชีพของชุมชน ป่าชุมชนตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของชุมชน ทั้งเป็นแหล่ง
อาหาร เป็นแหล่งของยาสมุนไพรรักษาโรค เป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่ให้พลังงานและเป็นแหล่งผลิตเนื้อไม้ใน
การก่อสร้างซ่อมแซมที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งรายได้ที่สาคัญของชุมชนด้วย ดังนั้นการรักษา
ป่าจึงทาให้ชีวิตของคนในชุมชนมีความมั่นคงและยั่งยืน ชุมชนห้วยหินลาดเป็นแหล่งผลิตชาชั้นดี ซึ่งชา
ส่วนใหญ่จะเป็นชา���ี่เกิดและเติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติในป่าโดยชุมชนจะกันพื้นที่บางส่วนไว้เป็นสวน
ชาเพื่อเก็บใบชาขายเป็น รายได้หลั กของชุมชน สวนชาจึงเป็นการใช้ประโยชน์จากป่าในรูปแบบวน
เกษตร โดยสามารถเก็บใบชาออกขายได้ตลอดทั้งปี ชาแต่ละชนิดมีวิธีเก็บไม่เหมือนกัน เช่นชาเขียวที่จะ
เก็บเฉพาะใบอ่อนสามใบจากยอด สาหรับชาขาวจะเก็บเพียงใบเดียว ส่วนที่เหลือจะขายเป็นชาจีน
นอกจากการใช้ประโยชน์จากป่าในรูปแบบของสวนวนเกษตรที่ เน้นรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
แล้ ว การใช้ ป ระโยชน์ จ ากป่ า ในด้ า นอื่ น ๆ ก็ มี ก ารใช้ อ ย่ า งระมั ด ระวัง อาทิ การใช้ อ งค์ ค วามรู้จาก
การศึกษาและสังเกตวงจรชีวิตและการเจริญเติบโตของหน่อไผ่หก มากาหนดกติกาในการเก็บหน่อไผ่หก
ให้เกิดความยั่งยืน โดยรายได้จากป่าส่วนหนึ่งจะถูกหักคืนเข้าเป็นกองทุนเพื่อจัดการดูแลป่าซึ่งถือเป็นอีก
หนึ่งข้อตกลงร่วมของชุมชนและในช่วงที่มีไฟป่าระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน ชาวบ้านจะทา
แนวกันไฟและมีการจัดเวรยามออกสารวจเฝ้าระวังและช่วยกันดับไฟป่าหากมีไฟป่าลุกลามเข้ามาในเขต
ป่าชุมชน นอกจากนี้ได้มีการประสานความร่วมมือกับชุมชนใกล้เคียงเพื่อสร้างเครือข่ายระดับลุ่มน้าใน
การคุ้มครองป่า ชาวบ้านถือว่าพื้นที่บริเวณป่าต้นน้าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต้องปกป้องไว้ไม่ยอมให้ใครเข้า
ไปใช้ประโยชน์ เพราะเชื่อว่าเป็นที่อยู่ของผีป่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ การอนุรักษ์ป่าจึงเป็นคุณค่าอย่างหนึ่ง ที่
ชุมชนยึดถือและสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
๕๒