ผลการดาเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐในกรณีดังกล่าว ก่อให้เกิดปัญหากระทบต่อราษฎร ดังนี้
๑) ในกรณีที่มีการตัดฟัน รื้อถอนและทาลายพืชผลอาสินที่ชาวบ้านปลูกไว้พบว่าได้มีการยอมรับ
ในภายหลังว่า เป็นความผิด พลาดในการดาเนินการของเจ้าหน้าที่เองแต่อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาการ
เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กล่าวคือผู้ได้รับความเสียหายไม่ได้รับ
การเยียวยาอย่างเหมาะสมเพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
๒) ในกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่บงคับให้ออกจากพื้ นที่ พบว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้จัดหาสถานที่/จัดสรร
ที่ดินรองรับ หรือดาเนินกระบวนการใดที่จะเป็นการประกันว่า ผู้ที่ถูกบังคับให้ต้องออกจากพื้นที่เหล่านี้มี
พื้นที่รองรับแห่งใหม่ในทันทีที่ต้องออกจากพื้นที่เดิม ทาให้ผู้ถูกบังคับดังกล่าวต้องระเหเร่ร่อนไปตาม
พื้นทีต่ ่างๆ ไม่มีที่พักอาศัยเป็นหลักเป็นแหล่งที่แน่นอน
๓) ในกรณีคาร้ องที่ได้มีการประสานงาน เจรจา หรือข้อตกลงในการแก้ไขปัญหาจนทาให้
สถานการณ์ปั ญหาความขัดแย้ งในพื้นที่คลี่ คลายลงได้แล้ วนั้น ปรากฏว่าเมื่อมีประกาศคาสั่ ง คสช.
ดังกล่าว เจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้นาผลการเจรจาหรื อข้อตกลงที่ได้ดาเนินการมาจนทาให้ยุติปัญหาลงได้นั้นไป
พิจารณาดาเนินการต่อ แต่กลับบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยไม่คานึงหลักสิทธิ
มนุษยชนและหลักการมีส่วนร่วมขอประชาชน และทาให้สถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งวนกลับไปสู่
จุดเริ่มต้นของปัญหาใหม่อีกครั้ง และยังทาให้สภาพปัญหามีความซับซ้อนและยุ่งยากมากขึ้นและความ
ขัดแย้งก็มีความรุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย
๔) ในกรณีที่ราษฎรถูกทาลายพืชผลอาสิน พบว่ามิได้สารวจตรวจสอบข้อมูลเท็จจริงก่อนการ
ปฏิบัติการ ทาให้เกิดข้อผิดพลาดในทางปฏิบัติ และสร้างความเสียหายเดือดร้อนกับราษฎรในหลายพื้นที่
๕) ในกรณีที่ราษฎรถูกจั บกุมดาเนินคดี ทาให้ครอบครัว ต้องประสบกับความทุกข์ยากและ
เดือดร้อนอย่างหนัก จากการที่ผู้หาเลี้ยงครอบครัวถูกจับกุม เป็นผู้ที่สูงอายุ หรือมีโรคประจาตัว ทาให้
บางรายเสียชีวิตในระหว่างดาเนินคดี
๖) ในกรณีคาร้องที่มีการเรียกตัวแกนนาชาวบ้านในพื้นที่ไปรายงานตัวปรับทัศนคติและถูกกัก
ตัวไว้ในค่ายทหาร
ในด้านกระบวนการจัดทาแผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทาลายทรัพยากรป่าไม้ คณะอนุกรรมการ
พบว่า กระบวนการจัดทาแผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทาลายและทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ
และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ อย่างยั่งยืนและกระบวนการจัดทาแผนการปฏิบัติการของ
หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแผนแม่บทดังกล่าว ยังขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและภาค
ส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ครบถ้วนรอบด้านอย่างเพียงพอ เช่นภาคประชาสังคม นักวิชาการ หรือองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าที่อาจได้รับ
ผลกระทบโดยตรงจากการดาเนินการตามแผนแม่บทดังกล่าว โดยกระบวนการจัดทาจากัดอยู่แค่ในกลุ่ม
เจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น
การขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งผลให้การกาหนดวิธีการปฏิบัติงานตามแผนแม่บท ของ
หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องขาดการพิจารณาทางเลือกอื่นที่อาจบรรลุเป้าหมายสาคัญของแผนแม่บท เช่น
เป้าหมายการพิทักษ์รักษาพื้นที่ป่าไม้ให้มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ให้ได้พื้นที่ป่า��ม้อย่างน้อยร้อยละ ๔๐ ของ
พื้นที่ประเทศภายใน ๑๐ ปี ได้เช่นกัน นอกจากการมุ่งเน้นวิธีการไล่รื้อชุ มชนเพื่อยึดคืนพื้นที่ป่าเพียง
อย่างเดียว ซึ่งวิธีการดังกล่าวอาจสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ง่าย และยังรวมถึงขาดการ
พิจารณาทางเลือกของเทคโนโลยี เครื่องมือและหลั กเกณฑ์ที่จะนามาใช้ในการดาเนินการตามแผน
๓๕