สิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกันจัดตั้งคณะทางานในแต่ละเรื่อง อาทิ คณะกรรมการอานวยการซึ่งมีหน้าที่ดูแล
ทั่วไปและยังมีคณะทางานอีก ๖ ชุด ในการจัดทาแผนปฏิบัติการเนื่องจากแผนแม่บทเกี่ยวข้องกับหลาย
หน่วยงานโดยมีคณะทางานด้านข้อมูลและแผนที่ คณะทางานในการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้
ทาลายป่าและแก้ไขปัญหาป่าบุกรุกคน คณะทางานด้านการปลุกจิตสานึกและการมีส่วนร่วมในการ
ป้ อ งกั น และปราบปรามการบุ ก รุ ก ท าลายป่ า คณะท างานปฏิ รู ป ระบบพิ ทั ก ษ์ การจั ด การ
ทรัพยากรธรรมชาติการใช้ประโยชน์และรับรองสิทธิ์ทากิน และคณะทางานแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่
เกี่ยวข้อง
ในการปฏิบัติตามคาสั่ง คสช. และแผนแม่บท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน
ฐานะหน่ ว ยงานปฏิบั ติ จะน าความเห็ น และข้ อเสนอของราษฎรที่เ รีย กร้ อ งต่ อ คณะกรรมการสิ ท ธิ
มนุษยชนแห่งชาติไปทบทวนโดยยอมรับว่าการแปลงนโยบายหรือแผนไปสู่การปฏิบัติในช่วงแรกนั้นยัง
ขาดความชัดเจนและขาดการคัดกรองข้อมูลที่ถูกต้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งการคัดกรองว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า
บุกรุกนั้นเข้าข่ายเป็นนายทุนหรือไม่และต่อมามีความเห็นและมติข องคณะอนุกรรมสิทธิมนุษยชนด้าน
ที่ดินและป่าตามคาร้องนั้น ได้พบข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้
๑) การบังคับให้อพยพโยกย้ายโดยไม่ได้มีการจัดพื้นที่รองรับไว้ล่วงหน้าหรือรื้อถอนทาลาย
บ้านเรือนทรัพย์สินพืชผลบ้านเรือนและบังคับให้ออกจากพื้นที่
๒) การทาลายพืชผลอาสินและห้ามเข้าทากิน
๓) การยึดพื้นที่และห้ามเข้าทากินหรือถูกให้ออกจากพื้นที่
๔) การปิดประกาศให้ชาวบ้านหรือถอนพืชผลสิ่งปลูกสร้างหรือคาสั่งห้ามมิให้ประชาชนเก็บ
เกี่ยวผลผลิตจากพืชผลทางเกษตรที่ปลูกไว้ในพื้นที่
๕) การจับกุมดาเนินคดีและคุ้มขังชาวบ้านตัดฟันพืชผลสั่งห้ามไม่ให้เก็บเกี่ยวผลผลิตรื้อถอน
บ้านพักอาศัยและให้ออกจากพื้นที่
๖) การข่มขู่บังคับด้วยวาจาหรือกาลังอาวุธหรือการบังคับให้ลงลายมือชื่อยินยอมออกไปจาก
ที่ดินทากิน
การด าเนิ น การของเจ้ า หน้ า ที่รั ฐ มี ค วามไม่ ช อบทา ดั ง นี้ เจ้ า หน้ า ที่ ป ฏิบั ติ ก ารโดยไม่มี การ
กลั่นกรองข้อมูลและแยกแยะความแตกต่างของพื้นที่ที่มีบริบทความเป็นมาของปัญหารวมทั้งวัฒนธรรม
และวิถีการดารงชีวิตที่แตกต่างกันและไม่มีความชัดเจนในการกาหนดลักษณะการกระทาและผู้กระทาว่า
ลักษณะใดที่เข้าข่ายเป็นผู้กระทาผิดรายใหญ่ที่มีเจตนาในทางการค้าหรื อเพื่อประโยชน์ส่วนตนและ
ลักษณะใดเป็นการกระทาเพื่อการดารงชีวิตตามประเพณีวัฒนธรรมและวิถีการดารงชีวิตที่สืบทอดมา
จากบรรพบุรุษ
เกิดปัญหาความไม่ประสานสอดคล้องกันในการปฏิบัติการในระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้ อง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานงานระหว่างหน่วยงานในระดับนโยบายหรือระดับส่วนกลางกับหน่วยงาน
ในระดับปฏิบัติการหรือในระดับพื้นที่ส่งผลให้การปฏิบัติการของหน่วยงานในระดับพื้นที่ปฏิบัติการไป
โดยขาดความเข้าใจและละเมิดต่อการยึดกุมหลักการด้านสิทธิมนุษยชนและหลักการคุ้มครองสิทธิและ
เสรีภาพประชาชนที่ควรจะเป็นหัวใจสาคัญของการปฏิบัติ การที่มีลักษณะที่อาจจะก่อให้เกิดการละเมิด
สิทธิมนุษยชนได้โดยง่าย
๓๔