มาตรการการแก้ไขปัญหาและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน
๑) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สมควรแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง
ในประเด็นการเข้าผลักดัน รื้อถอน และเผาทาลายทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บริเวณบ้านบาง
กลอยบนและบ้านใจแผ่นดินของผู้ถูกร้องให้แล้วเสร็จ และสมควรยุติการดาเนินการจับกุม ข่มขู่ คุกคาม
ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยบนและบ้านใจแผ่นดิน ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓
เรื่องแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง และผ่อนผันให้ชาวกะเหรี่ยงกลุ่มดังกล่าวกลับเข้าไป
ทากินในที่ดินเดิมทันที จนกว่าการแก้ไขปัญหาจะได้ข้อยุติ
๒) ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สารวจการถือครองที่ดินทากินของกลุ่มชาว
กะเหรี่ยงบ้านบางกลอยบนและบ้านใจแผ่นดินตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เรื่อง
การแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่ได้รับรายงานฉบับนี้
๓) ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรีแต่งตั้งคณะกรรมการ
เพื่อเยียวยา ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ชาวกะเหรี่ยงที่ได้รับความเสียหายจากการเข้ารื้อถอน เผาทา
ลายทรัพย์สินของผู้ถูกร้อง ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่ได้รับรายงานฉบับนี้
๔) ให้กระทรวงวัฒนธรรมดาเนินการแก้ไขปัญหาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม
๒๕๕๓ เรื่อง แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง โดยร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าอุทยาน
แห่งชาติ แก่งกระจาน และตัวแทนของชาวกะเหรี่ยง ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่ได้รับรายงาน
ฉบับนี้
๕) ให้กรมการปกครองโดยอาเภอแก่งกระจานจัดทาโครงการเคลื่อนที่ เร่งรัดการสารวจและให้
สัญชาติไทยแก่กะเหรี่ยงกลุ่มนี้ ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่ได้รับรายงานฉบับนี้
ภายใต้นโยบายด้านการแก้ไขปัญหาป่าไม้ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ส่งผลกระ
ทบต่อประเด็นปัญหาด้านสิทธิในการจัดการที่ดินและป่า โดยมีกรณีประชาชนร้องเรียนการดาเนินการ
ของเจ้าหน้าที่รัฐอ้างคาสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับ ๖๔/๒๕๕๗ และ ฉบับที่ ๖๖/๒๕๕๗
ก่อให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวม ๔๒ เรื่อง๑๘ โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้
มอบหมายให้คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่าเป็นผู้พิจารณาตรวจสอบ
ในกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับคาเรียกร้องจากราษฎรเกี่ยวกับการปฏิบัติ
ตามคาสั่ง คสช. จากร้ายพื้นที่นั้น ยอมรับว่า ในการปฏิบัติการในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในระดับ
พื้นที่อาจจะไม่ได้ดาเนินการแยกแยะหรือคัดกรองตัวคนและพื้นที่ได้ละเอียดถี่ถ้วนเพียงพอเพี ยง แค่เห็น
ว่ามีการกระทาผิดก็เข้าไปดาเนินการรื้อถอนในทันทีและเมื่อการดาเนินการได้ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น
แล้ว ก็ยังมีการชดเชยที่ไม่เหมาะสม ซึ่งในประเด็นเหล่านี้ทางหน่วยงานก็ได้พยายามแก้ไข โดยจะเห็นได้
จากที่ในช่ว งหลั งนี้ มีปั ญหาเกิด ขึ้น น้ อยกว่าในช่ว งแรกมาก โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ แ ละ
สิ่ ง แวดล้ อ มชี้ แ จงว่า ในการจั ด ท าแผนแม่ บ ทนั้น กอ.รมน. และกระทรวงทรั พ ยากรธรรมชาติ และ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่ งชาติพิจารณาแล้ว เห็นว่า เรื่องดังกล่าวมีป ระเด็นเกี่ยวข้อ งกับสิทธิในการจั ดการและใช้ประโยชน์
ทรัพยากรซึ่งได้ถูกรับการรับรองไว้ในกติการะหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคีและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๔ บัญญัติว่า ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สิทธิ
เสรีภาพและความเสมอภาคบรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้��ับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้วย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้ ดังนั้น
กรณีร้องเรียนนี้จึงมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและอยู่ในอานาจหน้าที่ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตาม
พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕
๑๘
๓๓