โดยความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระบุว่าข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ชุมชน
มะต้องสู้ เป็นไทยเชื้อสายกะเหรี่ ยง จากพยานบุคคลและพยานเอกสารน่าเชื่อว่า ได้ก่อตั้งเป็นหมู่บ้าน
ตามระเบียบของทางราชการพร้อมๆกับการก่อตั้งกิ่งอาเภอไทรโยค เมื่อปี ๒๔๔๔ ต่อมา บ้านมะต้องสู้
ได้ขอเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็นบ้านทุ่งก้างย่าง พ.ศ.๒๕๒๕ สาหรับการดาเนินการผลักดันอพยพราษฎรของ
กลุ่มบ้านมะต้องสู้และบ้านทุ่งก้างย่างออกจากพื้นที่ เนื่องจากได้มีพระราชกฤษฎีกาสงวนหวงห้ามที่ดิน
เพื่อใช้ในราชการทหาร พ.ศ.๒๔๘๑ ครอบคลุมท้องที่ตาบลสิงห์ ตาบลท่าเสา ตาบลลุ่มสุ่มบางส่วนและ
ตาบลไทรโยคบางส่วน โดยที่เขตพระราชกฤษฎีกาสงวนหวงห้าม ที่ดินเพื่อใช้ในราชการทหาร พ.ศ.
๒๔๘๑ อยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ ต่อมา กรมธนารักษ์ได้ส่งมอบพื้นที่ของบ้านทุ่งก้างย่างให้
กองทัพบกเป็นผู้ดูแลและใช้ประโยชน์ในที่ดิน จากข้อมูลพยานเอกสารหลักฐานต่างๆพบว่า ราษฎรของ
บ้านมะต้องสู้หรือทุ่งก้างย่างได้อยู่อาศัยมาก่อนพระราชกฤษฎีกาสงวนหวงห้ามที่ดินเพื่อใช้ในราชการ
ทหาร พ.ศ.๒๔๘๑
และในปี ๒๕๕๗ ได้เกิดกรณีร้องเรียนที่เป็นกระแสข่าวอย่างมากในกลุ่ มกะเหรี่ยงดั้งเดิม ใน
บริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี (รายงานผลการตรวจสอบที่ ๓๑๗/๒๕๕๗) “เรื่อง
สิทธิชุมชน และสิทธิในการจัดการที่ดิน กรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานผลักดันชาวกะเหรี่ยง
ดั้ ง เดิ ม ออกจากบริ เ วณอุ ท ยานแห่ ง ชาติ แ ก่ ง กระจาน จั ง หวั ด เพชรบุ รี ” ผู้ ร้ อ งได้ ร้ อ งเรี ย นต่ อ
คณะกรรมการสิ ทธิมนุษยชนแห่ งชาติว่าระหว่างเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๔
เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและเจ้าหน้าที่ทหารได้ดาเนินการผลักดัน รื้อถอน และเผาทาลาย
บ้านเรือนของชาวกะเหรี่ยงดั้งเดิมซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณบ้านบางกลอยบนและบ้านใจแผ่นดินซึ่งอยู่
ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้จากการตรวจสอบ ข้อกฎหมายที่
เกี่ยวข้อง และความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ แล้ว เห็นว่า การอยู่อาศัยของราษฎรชาวกะเหรี่ยง
บริเวณบ้านบางกลอยบนและบ้านใจแผ่นดินมีลักษณะเป็นสิทธิของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ��ี่จะมีสิทธิ
อนุรักษ์และมีส่วนร่วมในการจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นผู้มี สิทธิที่จะอยู่
อาศัยและทากินในที่ดินพิพาทตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เรื่อง การแก้ไข
ปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ เนื่องจากได้อยู่อาศัยและทากินมาก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติแก่ง
กระจาน โดยมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นที่ตั้งบ้านเรือนและใช้เป็นพื้นที่ทากินหรือพื้นที่ทางการเกษตร
มีวิถีการดารงชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมมาเป็นระยะเวลายาวนาน และ มีลักษณะการตั้งบ้านเรือนอยู่
อาศัยรวมกลุ่มกันเป็ นชุมชนท้องถิ่น ดั้งเดิม ซึ่งย่อมมีสิทธิที่จะมีส่วนร่ว มกับหน่ว ยงานของรัฐในการ
จั ด การ การบ ารุ ง รั ก ษา และการใช้ ป ระโยชน์ จ ากทรั พ ยากรธรรมชาติ สิ่ ง แวดล้ อ มรวมทั้ ง ความ
หลากหลายทางชีวภาพอย่ างสมดุล และยั่งยืน ตามรัฐ ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
๒๕๕๐ มาตรา ๖๖
ดังนั้น การใช้อานาจตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ของผู้ถูกร้อง ในการเข้า
ผลักดัน รื้อถอน และเผาทาลายทรัพย์สิน ของชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บริเวณบ้านบางกลอยบนและบ้าน
ใจแผ่นดินในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นการกระทาหรือละเลยการกระทาอันเป็นการละเมิด
สิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔ มาตรา ๔๑ และ
มาตรา ๖๖ จึงเห็นควรกาหนดมาตรการการแก้ไขปัญหาและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีนี้ ไป
ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดาเนินการ ดังนี้
๓๒