โครงการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทาข้อเสนอแนะนโยบายหรือมาตรการเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของผู้สูงอายุ :1111
กรณีการเลือกปฏิบัติในผู้สูงอายุ | iii
สนธิสัญญาระหว่างประเทศต่าง ๆ ขององค์การสหประชาชาติและองค์การแรงงานระหว่างประเทศ
ระบุการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนโดยทั่วไปจากการเลือกปฏิบัติ หรือเป็นการคุ้มครองสิทธิของเฉพาะกลุ่มสตรี
หรือ เด็ก หรือแรงงาน แต่ไม่มีคุ้มครองสิทธิเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ดังนั้นองค์การสหประชาชาติได้จัดตั้ ง Openended Working Group on Ageing – OWGA) ในปี ค.ศ. 2010 เพื่อดาเนินการศึกษาเกี่ยวกับสถานการณ์
ปัญหาและช่องว่างของมาตรการระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อเสนอแนะมาตรการ
ในการจั ด ท าอนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ ข องผู้ สู งอายุ (The Convention on the Rights of Older Persons)
ต่ อ ไป OWGA ได้ จั ด ประชุ ม มาจนถึ ง ปั จ จุ บั น ทั้ ง หมด 9 ครั้ ง และในครั้ ง ที่ 10 จะมี ก ารจั ด ประชุ ม ในปี
ค.ศ. 2019 สาหรับในเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติ (Non-discrimination) และความรุนแรง การละเลย และการ
ทารุ ณ กรรม (Violence, Neglect and Abuse) ได้ เ ป็ น วาระในการพิ จ ารณ าในการประชุ ม OWGA
ครั้งที่ 8 (2017)
2) สาหรับประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ได้ดาเนินการตามที่ได้ให้
สัตยาบันภายใต้ตราสารระหว่างประเทศ โดยการประกันให้เกิดสิทธิต่าง ๆ ตามที่ระบุในสนธิสัญญา ด้วยการ
ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในลาดับต่างๆ
ในการคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ได้มีการกาหนด (1) ปฏิญญาผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2542 ว่า
ด้วยการคุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิของผู้สูงอายุให้มีคุณ ภาพชีวิตที่ดี (2) รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 มีการบัญญัติเรื่องการขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพื่อป้องกันการละเมิดโดยมิชอบ
ต่อผู้สูงอายุ ในมาตรา 27 รวมถึงมาตรา 48 มีการกาหนดให้บุคคลผู้ยากไร้ย่อมมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือที่
เหมาะสมจากรัฐ เนื่องจากบุคคลที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ และในมาตรา 71 ได้กล่าวถึงภารกิจของรัฐ ที่มีหน้าที่
ต้องดาเนินการเพื่อให้ประชาชนดาเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ และ(3) พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ว่า
ด้วยการส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้รับสิทธิ ตามที่กาหนดไว้อย่างชัดเจนในมาตรา 11 ทั้งนี้ หน่วยงานที่
เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ท้องถิ่น มีหน้าที่จัดบริการให้ผู้สูงอายุได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย มี
การจัดตั้งคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ทาหน้าที่ให้ความเห็นชอบและเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี
เกี่ยวกับนโยบายและแผนหลักเกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุน สถานภาพ บทบาท และ
กิจกรรมของผู้สูงอายุ ทั้งส่ วนของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ตลอดจนสถาบันครอบครัวให้มีส่วนร่วมในการ
ดูแลผู้สูงอายุ เป็นต้น พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 มีการแก้ไขในมาตรา 15 โดยให้มีการ
เรีย กเก็บเงิน สนั บ สนุน เข้ากองทุน ผู้สู งอายุเพิ่มขึ้นเพื่อให้ เพีย งพอต่อการให้ เงินช่ว ยเหลื อเพื่อการยังชีพแก่
ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จากภาษีสรรพสามิตในส่วนที���เกี่ยวกับ สินค้าสุราและยาสูบในอัตราร้อยละสอง ดังนั้น
ในภาพรวม การขับเคลื่อนขององคาพยพต่าง ๆ ตลอดจนการออกกฎหมาย ประกาศ กฎกระทรวง คาสั่ง จึงอยู่
ภายใต้พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546
3) การศึกษาแนวปฏิบัติที่ ดี (Best practices) ในการคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุจากการเลือกปฏิบัติต่อ
อายุ จาก 6 ประเทศ ได้ แก่ สิ งคโปร์ ญี่ ปุ่ น สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน พบว่า ในทุ กประเทศมีก าร
คุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุใน 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านการมีงานทา (Employment) โดยการขยายอายุเกษียณไป
เป็ น 65 ปี หรือ 67 ปี หรื อการยกเลิ ก อายุเกษี ย ณ (2) การสร้างความมั่ น คงทางสั งคม (Social Security