การเข้าถึงข้อมูล การมีมาตรฐานชีวติ ความเป็นอยูท่ ดี่ ี การมีสว่ นร่วมทางการเมือง และทางวัฒนธรรม สันทนาการ
และการกีฬา การจัดเก็บสถิติและข้อมูลความร่วมมือระหว่างประเทศ การปรับใช้อนุสัญญาฯ ภายในประเทศ
การติดตามและตรวจสอบ และการอนุวัติการกฎหมายภายในประเทศ
ส่วนที่สอง (ข้อ ๓๔ - ๕๐) การท�ำหน้าที่และองค์ประกอบของคณะกรรมการ CRPD การเข้าเป็นภาคี
อนุสัญญาฯ การเสนอรายงาน ความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการฯ กับหน่วยงานอื่น ๆ การระงับข้อพิพาท ฯลฯ
ต่อมา ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีของพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญา CRPD (Optional Protocol to
the CRPD : OP- CRPD) โดยให้สัตยาบันเมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๙ และมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่วันที่
๒ ตุลาคม ๒๕๕๙
โดยแสดงการยอมรับของประเทศไทย ต่อการท�ำหน้าที่ของคณะกรรมการประจ�ำอนุสัญญาฯ ในการรับ
และพิจารณาข้อร้องเรียนในกรณีที่มีการละเมิดพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาฯ โดยผู้ร้องเรียนอาจเป็นบุคคล
กลุ่มบุคคลในนามผูถ้ กู ละเมิดสิทธิกไ็ ด้
ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่า เรื่องร้องเรียนดังกล่าวได้ด�ำเนินการโดยกระบวนการแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ในประเทศจนหมดสิ้นแล้ว หรือมีเหตุผลว่ากลไกในประเทศ ด�ำเนินการล่าช้ากว่าปกติ หรือมิได้ให้ความเป็นธรรม
ในประเด็นทีเ่ กีย่ วข้องกับสิทธิมนุษยชน (exhaustion of domestic remedies) นอกจากนัน้ ยังต้องแจ้งให้รฐั บาล
ของประเทศนั้น ๆ ได้ทราบและรับรู้ก่อนด้วย
ในส่วนของสนธิสญั ญาหลักด้านสิทธิมนุษยชน อีก ๒ ฉบับ ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์ทจี่ ะเข้าเป็นภาคีคอื อนุสญั ญา
ระหว่างประเทศว่าด้วยการคุม้ คร���งบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (International Convention for the
Protection of All Persons from Enforced Disappearance: CPED) โดยได้ลงนาม เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๕ และ
คณะรัฐมนตรีมีมติ ณ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙ เห็นชอบการเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาดังกล่าว พร้อมกับมีการจัดท�ำ
ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. ....๑๑ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่าง
การด�ำเนินการตามกระบวนการให้สัตยาบันกับองค์การสหประชาชาติ และการน�ำเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวตาม
ขัน้ ตอนนิตบิ ญ
ั ญัติ ซึง่ แม้วา่ อนุสญ
ั ญาฯ จะยังไม่มผี ลใช้บงั คับกับประเทศไทย แต่รฐั บาลต้องไม่กระท�ำการใด ๆ ทีเ่ ป็นการ
ขัดต่อสาระและความมุง่ ประสงค์ (objects and purposes) ของอนุสญ
ั ญาดังกล่าว ในส่วนของอนุสญ
ั ญาระหว่างประเทศ
ว่าด้วยการคุม้ ครองสิทธิของแรงงานโยกย้ายถิน่ ฐานและสมาชิกในครอบครัว (International Convention on the Protection
of the Rights of Migrants and Members of their Families : ICRMW) ประเทศไทยยังมิได้เข้าเป็นภาคีแต่อย่างใด
๑๑ ผลสืบเนือ่ งจากการทีป่ ระเทศไทยให้สตั ยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสญ
ั ญา CAT เมือ่ ปี ๒๕๕๐ และการลงนามต่ออนุสญ
ั ญา CPED ในปี ๒๕๕๔ แต่ยงั มิได้ให้สตั ยาบัน ซึง่ ต่อมารัฐบาล (โดยกระทรวง
ยุตธิ รรม) ได้จดั ท�ำ (ร่าง) พระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและปราบปรามการทรมาน และการบังคับบุคคลให้สญ
ู หาย พ.ศ. .... ซึง่ มีหลักการส�ำคัญ คือ การก�ำหนดบทลงโทษเกีย่ วกับการกระท�ำความผิด
ในการทรมานผู้ถูกจับกุม หรือการอุ้มให้สูญหาย ไม่ว่าจะโดยการกระท�ำของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ โดยหากพิสูจน์ได้ว่ามาจากความยินยอมของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ถือว่าการกระท�ำนั้นผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ ครอบคลุมถึงสถานการณ์ฉุกเฉิน สงคราม สถานการณ์ความไม่มั่นคง โดยมีการก�ำหนดระยะของอายุความไว้ ๒๐ ปี และมีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมาน และ
การบังคับบุคคลให้สูญหาย เพื่อก�ำหนดมาตรการคุ้มครองผู้เสียหายจากการทรมาน และการบังคับบุคคลให้สูญหาย โดยประกันสิทธิแก่ผู้ถูกจับกุมในการติดต่อกับญาติ ทนายความ หรือผู้ที่
บุคคลนั้นๆ ไว้วางใจ สิทธิในการแจ้งให้บุคคลอื่นได้ทราบถึงสภาพการคุมขัง และห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐส่งตัวบุคคลใด ๆ ออกนอกราชอาณาจักร หากเชื่อว่า จะก่อให้เกิดการทรมาน หรือ
ถูกบังคับให้สูญหาย.
60 | รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๐