รายงานผลการประเมินสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑
ในส่วนของประเทศไทย ได้จดั ตัง้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่ ง ชาติ (กสม.) ขึ้ น โดยบทบั ญ ญั ติ ข องรั ฐ ธรรมนู ญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มีอำ� นาจหน้าที่
ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ตามที่
ก�ำหนดในพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึง่ ภายหลังการประกาศใช้รฐั ธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กสม. มีสถานะ
เป็น “องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ” มีหน้าที่และอ�ำนาจ
ตามที่ปรากฏในหมวด ๑๒ ส่วนที่ ๖ มาตรา ๒๔๗ ของ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
และพระราชบั ญ ญั ติ ป ระกอบรั ฐ ธรรมนู ญ ว่ า ด้ ว ย
คณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐
(พรป.กสม.) โดยก�ำหนดให้ กสม. มีหน้าที่จัดท�ำรายงาน
ผลการประเมิ น สถานการณ์ ด ้ า นสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
ของประเทศไทย (พรป.กสม. มาตรา ๒๖) ซึ่งต้องกระท�ำ
แบบสรุป ประกอบด้วยปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
ในการส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน โดยควรด�ำเนินการ
ให้ แ ล้ ว เสร็ จ ภายในเก้ า สิ บ วั น นั บ แต่ วั น สิ้ น ปี ป ฏิ ทิ น
เพื่อน�ำเสนอต่อรัฐสภา และคณะรัฐมนตรี รวมทั้งเผยแพร่
ต่อประชาชน (พรป.กสม. มาตรา ๔๐) ทั้งนี้ กสม. ต้องจัด
ให้ มี แ ผนการด� ำเนิ น การจั ด ท� ำ รายงานดั ง กล่ า วเพื่ อ ให้
การปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ เ ป็ น ไปโดยไม่ ชั ก ช้ า และแล้ ว เสร็ จ
ตามระยะเวลาทีก่ ำ� หนดไว้ (พรป.กสม. มาตรา ๔๑) ในขณะที่
คณะรั ฐ มนตรี ต ้ อ งด� ำ เนิ น การปรั บ ปรุ ง แก้ ไ ขปั ญ หา
ตามความเหมาะสมโดยเร็วภายหลังจากทีไ่ ด้รบั ทราบรายงาน
ดังกล่าว และในกรณีใดที่มิอาจด�ำเนินการได้หรือต้องใช้
เวลาในการด�ำเนินการ ให้แจ้งเหตุผลให้ กสม. ทราบ
โดยไม่ชักช้า (พรป.กสม. มาตรา ๔๓)
กสม. ปฏิบัติหน้าที่ข้างต้น โดยค�ำนึงถึงการความผาสุก
ของประชาชนชาวไทยและผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติ
เป็นส�ำคัญ โดยได้จัดท�ำกรอบการประเมิน ศึกษาและ
ประมวลข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐภาคเอกชนและข้อมูล
จากการปฏิบตั งิ านของ กสม. รวมทัง้ ได้นำ� ระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศมาใช้สนับสนุนในการติดตามและรวบรวมข้อมูล
สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน และเพื่อน�ำไปสู่การพัฒนา
ระบบฐานข้อมูลต่อไปด้วย ส่วนการประเมินและวิเคราะห์
สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน จะพิจารณาบนหลักการ
ด้านสิทธิมนุษยชนตามที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย
หรือหนังสือสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคี และมีพันธกรณี
ที่จะต้องปฏิบัติตาม
กสม. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การพัฒนากระบวนการท�ำงาน
ทีอ่ ยูบ่ นฐานข้อมูลจากผูเ้ กีย่ วข้องทุกฝ่าย การน�ำเทคโนโลยี
สารสนเทศมาช่วยสนับสนุนการท�ำงาน รวมถึงการพัฒนา
ฐานข้อมูลซึ่งจะมีขึ้นในโอกาสต่อไป จะช่วยให้รายงาน
ผลการประเมิ น สถานการณ์ ด ้ า นสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
ของประเทศไทยฉบับนีม้ คี วามน่าเชือ่ ถือยิง่ ขึน้ อันอาจเป็น
ประโยชน์ ต ่ อ การส่ ง เสริ ม และคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
ในสั ง คมไทยให้ ส อดคล้ อ งตามหลั ก การสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
อย่ า งน้ อ ยตามมาตรฐานที่ รั บ รองไว้ ใ นรั ฐ ธรรมนู ญ
แห่งราชอาณาจักรไทยต่อไป
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
11