การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ความเป็นอยู่ และการด�ำรงชีวิตของผู้เสียหายอันเนื่องจากการด�ำเนินกระบวนการพิจารณาทางศาล การค�ำนึงถึง ความคิดเห็นหรือความกังวลใจของผู้เสียหายที่ศาลเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคดี การมีค�ำสั่งให้ต�ำรวจศาลด�ำเนินการ ตามความเหมาะสมกรณีผู้เสียหายร้องขอความคุ้มครองความปลอดภัยตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการคุ้มครองและค่าตอบแทนพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2548 การอธิบายถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้เสียหาย ขั้นตอน รวมถึงความคืบหน้าของกาพิจารณาคดีให้ผเู้ สียหายทราบ การระมัดระวังไม่ให้มกี ารเผชิญหน้าระหว่างผูต้ อ้ งหาหรือจ�ำเลย กับผูเ้ สียหายและพยานในคดีความผิดเกีย่ วกับเพศ คดีเกีย่ วกับความรุนแรงในครอบครัว คดีทผี่ เู้ สียหายเป็นเด็กหรือเยาวชน และคดีที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนหรือสังคม การค�ำนึงถึงความปลอดภัยและสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้เสียหาย ในการพิจารณาค�ำร้องขอปล่อยชัว่ คราวผูต้ อ้ งหาหรือจ�ำเลย รวมทัง้ อาจก�ำหนดมาตรการดูแลความประพฤติของผูถ้ กู ปล่อย ชั่วคราวตามความเหมาะสม การให้ความรู้และค�ำแนะน�ำแก่ผู้เสียหาย รวมถึงสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาความเสียหาย การให้ความช่วยเหลือผูเ้ สียหายเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามสมควร และการเข้าสูก่ ระบวนการไกล่เกลีย่ และประนอม ข้อพิพาท เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาความเสียหายที่เป็นธรรม รวดเร็ว และเป็นที่พอใจแก่ทุกฝ่าย ในเวลาต่อมา ศาลยุติธรรมเห็นว่าการออกค�ำแนะน�ำดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้เกิดการยกระดับการ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาและจ�ำเลยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความเสมอภาคในการเข้าถึงความยุติธรรม และไม่กระทบต่อความปลอดภัยของสังคมส่วนรวม และท�ำให้เห็นได้ว่าเกณฑ์มาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อย ชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยเดิมไม่สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทของสังคมและสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้น เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ประธานศาลฎีกาจึงได้ออกค�ำแนะน�ำเกี่ยวกับมาตรฐานกลางส�ำหรับการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา หรือจ�ำเลยฉบับใหม่ ส่งผลให้การก�ำหนดวงเงินประกันและการเรียกหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวลดความส�ำคัญลง และเป็นการขยายโอกาสให้ผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยเข้าถึงสิทธิในการได้รับการปล่อยชั่วคราวมากขึ้น บทที่ 3 3.1.2 ปัญหาเรือนจ�ำแออัด กรมราชทั ณ ฑ์ ใ ห้ ข ้ อ มู ล เรื อ นจ�ำทั่ ว ประเทศ 143 แห่ ง มี พื้ น ที่ น อนส�ำหรั บ ผู ้ ต ้ อ งขั ง ทั้ ง หมด 353,142.48 ตารางเมตร สามารถจุผู้ต้องขังได้ทั้งหมด 294,974 ราย ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2563 มีผู้ต้องขัง ในระบบทั้งหมด 357,760 ราย84 ซึ่งเกินกว่าความสามารถในการรองรับผู้ต้องขัง โดยในจ�ำนวนผู้ต้องขังทั้งประเทศ มีประเภทคดีที่มีจ�ำนวนผู้ต้องขังสูงสุดในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีจ�ำนวน 266,095 ราย คิดเป็นร้อยละ 77.32 ของผู้ต้องขังทั้งหมด85 กรมราชทัณฑ์ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการลดปริมาณนักโทษในราชทัณฑ์ทั่วประเทศเพื่อแก้ปัญหา นักโทษล้นคุกในประเทศไทยทัง้ การแก้ไขกฎหมายทีม่ โี ทษทางอาญาให้มกี ารลงโทษทางเลือกแทนการคุมขัง การลดทอน ความเป็นอาชญากรรมของคดีทเี่ กีย่ วข้องกับยาเสพติดโดยเปลีย่ นทัศนคติวา่ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาด้านสาธารณสุข ที่ต้องบ�ำบัดฟื้นฟู ไม่ใช่ด้านอาชญากรรมที่ต้องมีการลงโทษด้วยการจ�ำขัง การเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ เพื่อที่จะท�ำการลดโทษให้กับผู้ต้องขังบางรายอย่างแม่นย�ำขึ้น ส�ำหรับผู้ที่สมควรได้รับการลดโทษ86 รวมถึงการก�ำหนด 84 จาก หนังสือกรมราชทัณฑ์ ที่ ยธ 0710.3/33167 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 เรื่อง ส่งข้อมูลเพื่อประกอบการจัดท�ำ รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ประจ�ำปี 2563. 85 จาก รายงานสถิตผิ ตู้ อ้ งราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ. ยาเสพติดทัว่ ประเทศ ส�ำรวจ ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2563, โดย กรมราชทัณฑ์, 9 ธันวาคม 2563. สืบค้นจาก http://www.correct.go.th/rt103pdf/report_result.php?date=2020-12-01&report=drug 86 จาก กระทู้ถามที่ 0003 (ร.), ราชกิจจานุเบกษา, 137 (ตอนพิเศษ 114 ง), หน้า 47-49. รายงานผลการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 75

Select target paragraph3