6) แถลงการณ์ กสม. เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 สนับสนุนการเดินหน้าเจรจาในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งอย่างสันติวธิ เี พือ่ แสดงความยินดีทรี่ ฐั บาลได้ด�ำเนินการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉินฯ อันเป็นข้อจ�ำกัด ในการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนมากกว่าในสถานการณ์ปกติ อีกทั้งได้ใช้กระบวนการรัฐสภาในการแก้ไข ปัญหาความขัดแย้งของประเทศ 7) ข่าวประชาสัมพันธ์ กสม. เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 แสดงความห่วงกังวลต่อการบังคับใช้กฎหมาย ของเจ้าหน้าที่ต�ำรวจในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลในการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมาในกรณีต่าง ๆ เช่น การจับกุม บุคคลในยามวิกาล การจับกุมและควบคุมตัวบุคคลโดยเจ้าหน้าที่แต่งกายนอกเครื่องแบบ การใช้ยานพาหนะที่มิใช่ ยานพาหนะของราชการในการจับกุม รวมถึงการจับกุมและการอายัดตัวผูต้ อ้ งหาเพือ่ การด�ำเนินคดีแบบต่อเนือ่ ง เป็นต้น 8) แถลงการณ์ กสม. เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 แสดงความกังวลและห่วงใยต่อสถานการณ์การชุมนุม ที่อาจมีแนวโน้มน�ำไปสู่ความรุนแรงและเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงระหว่างกลุ่มที่มีความเห็นต่าง ที่ได้ชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภา และเจ้าหน้าที่ต�ำรวจได้ใช้ยุทธวิธีควบคุมฝูงชนโดยมีการฉีดน�้ำและน�้ำผสมแก๊สน�้ำตา เพื่อสกัดผู้ชุมนุม 9) ข่าวประชาสัมพันธ์ กสม. เมือ่ วันที่ 1 ธันวาคม 2563 แสดงความห่วงกังวลต่อกรณีผปู้ กครองทีน่ �ำบุตรหลาน เข้ามาในพื้นที่ชุมนุม โดยผู้จัดการชุมนุม ผู้ชุมนุม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ จ�ำเป็นต้องให้ความส�ำคัญในการช่วยกัน ดูแลคุ้มครองเด็กและเยาวชนในพื้นที่การชุมนุม โดยค�ำนึงถึงวุฒิภาวะและสถานการณ์แวดล้อมของการชุมนุม เช่น ความปลอดภัย กิจกรรมที่สุ่มเสี่ยง เป็นต้น นอกจากการออกแถลงการณ์ แ ละข่ า วประชาสั ม พั น ธ์ แ ล้ ว กสม. ยั ง ได้ มี ห นั ง สื อ ถึ ง นายกรั ฐ มนตรี ย�ำ้ ความส�ำคัญในการเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสันติ หากรัฐจ�ำเป็นต้องมีการจ�ำกัด เสรีภาพต้องมีการตีความอย่างเคร่งครัด มาตรการจ�ำกัดเสรีภาพต้องเป็นไปเท่าที่จ�ำเป็นและได้สัดส่วนกับสถานการณ์ ตลอดจนเสนอแนะให้รัฐใช้หลักการของสหประชาชาติในการบริหารจัดการการชุมนุมอย่างเหมาะสม ส�ำหรับการด�ำเนินงานด้านการคุม้ ครอง กสม. ได้เข้าเยีย่ มแกนน�ำผูช้ มุ นุมทีถ่ กู จับกุมหรือควบคุมตัว เพือ่ ให้ทราบว่า ��ุคคลดังกล่าวได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายหรือไม่และต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ อย่างไร ในขณะเดียวกัน กสม. มี ค วามห่ ว งใยต่ อ การปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ข องเจ้ า หน้ า ที่ ใ นการจั บ กุ ม ผู ้ ถู ก กล่ า วหาในบางกรณี เช่ น การจั บ กุ ม บุคคลในยามวิกาล การจับกุมและควบคุมตัวบุคคลโดยเจ้าหน้าที่ที่แต่งกายนอกเครื่องแบบ การใช้ยานพาหนะ ที่มิใช่ของทางราชการ การจับกุมและอายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อการด�ำเนินคดีแบบต่อเนื่อง รวมถึงการจับกุมผู้ชุมนุม ที่เป็นเด็กและเยาวชน กสม. จึงได้มีหนังสือถึงผู้บัญชาการต�ำรวจแห่งชาติแจ้งข้อห่วงใยต่อการบังคับใช้กฎหมาย ของเจ้าหน้าที่ต�ำรวจในการควบคุมตัวและด�ำเนินคดีแก่ผู้ชุมนุมในสถานการณ์การชุมนุมเพื่อให้การด�ำเนินการใด ๆ ของเจ้าหน้าที่ต�ำรวจในสถานการณ์ชุมนุมที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของบุคคลและส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติควรชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมและการด�ำเนินคดี ให้สาธารณชนทราบโดยเร็ว69 69 จาก หนังสือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ สม 0008/86 ลงวันที่ 2 พ.ย. 63 เรื่อง ข้อห่วงใยต่อ การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ต�ำรวจในการควบคุมตัวและด�ำเนินคดีแก่ผู้ชุมนุมในสถานการณ์การชุมนุม 64 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ National Human Rights Commission of Thailand

Select target paragraph3