นอกจากนี้ จากการติดตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์
บางช่วงของการชุมนุมมีขอ้ น่ากังวลต่อการใช้สทิ ธิและเสรีภาพของประชาชน จึงได้ออกแถลงการณ์และข่าวประชาสัมพันธ์
เพื่อให้ข้อเสนอแนะต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน จ�ำนวน 9 ฉบับ ดังนี้
1) ข่าวประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 แสดงความห่วงกังวลต่อการชุมนุม โดยขอให้ชุมนุม
โดยสงบและปราศจากอาวุธ พึงระมัดระวังการกระทบกระทั่งกัน ให้ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมาย เคารพสิทธิ
ของผู้อื่น เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายให้สอดคล้องกับ
มาตรฐานสากล และในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้ผู้มาชุมนุมปฏิบัติตาม
มาตรการต่าง ๆ ที่ราชการก�ำหนด
การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสถานการณ์เฉพาะ
2) แถลงการณ์ กสม. เมื่ อ วั น ที่ 20 สิ ง หาคม 2563 เรี ย กร้ อ งขอให้ ทุ ก ฝ่ า ยในการชุ ม นุ ม ยึ ด หลั ก
สิทธิมนุษยชนและใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหา เสนอให้การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุม
ต้องไม่เป็นการพูด แสดงท่าทาง หรือกระท�ำโดยวิธีการอื่นที่ก้าวร้าว ดูหมิ่นเหยียดหยามหรือจาบจ้วง หรือการใช้ค�ำพูด
ที่สร้างความเกลียดชัง (hate speech) อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่น การขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้
หลักการส�ำคัญส�ำหรับการบริหารจัดการการชุมนุมอย่างเหมาะสม 10 ประการ (10 Principles for the proper
management of assemblies) จัดให้มพี นื้ ทีป่ ลอดภัย (safety zone) สถานศึกษาควรจัดสถานทีใ่ ห้เป็นพืน้ ทีป่ ลอดภัย
ส�ำหรับนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ในการแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ ฯลฯ
3) แถลงการณ์ กสม. เมื่ อ วั น ที่ 17 กั น ยายน 2563 แสดงข้ อ ห่ ว งใยต่ อ สถานการณ์ ก ารชุ ม นุ ม
ในวันที่ 19 กันยายน 2563 ที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์การละเมิดกฎหมายที่มีความรุนแรง และส่งผล
กระทบด้านสิทธิมนุษยชน และเรียกร้องให้ทกุ ฝ่ายตระหนักถึงหลักสิทธิมนุษยชนและแนวทางปฏิบตั สิ ากลทีเ่ กีย่ วข้องกับ
การใช้เสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็น รวมถึงการจัดการการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความสงบและสันติวิธี
บทที่ 2
4) ข่าวประชาสัมพันธ์ กสม. เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เพื่อแสดงความเห็นต่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินเท่าที่จ�ำเป็น
ประกันสิทธิให้แกนน�ำผูถ้ กู ควบคุมตัว เรียกร้องทุกฝ่ายอดกลัน้ ใช้กลไกรัฐสภาในการแก้ไขปัญหา ดังนัน้ หากสถานการณ์
คลี่คลายแล้วควรยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวทันที และส�ำหรับแกนน�ำผู้ชุมนุมที่ถูกเจ้าหน้าที่
ควบคุมตัว ขอให้เจ้าหน้าทีร่ ฐั ดูแลให้เข้าถึงสิทธิขนั้ พืน้ ฐานในกระบวนการยุตธิ รรมอย่างเต็มทีแ่ ละโดยไม่ชกั ช้า พร้อมแจ้ง
สถานที่ควบคุมตัวให้แก่ญาติพี่น้องได้รับทราบ
5) แถลงการณ์ กสม. เมือ่ วันที่ 17 ตุลาคม 2563 มีความกังวลและห่วงใยเป็นอย่างยิง่ ต่อเหตุการณ์สลายการชุมนุม
เมือ่ วันที่ 16 ตุลาคม 2563 แม้วา่ เป็นการชุมนุมทีต่ อ้ งห้ามตามข้อก�ำหนดของประกาศสถานการณ์ฉกุ ���ฉินฯ อย่างไรก็ตาม
กสม. เห็นว่าการชุมนุมดังกล่าวยังไม่ปรากฏลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงจนเป็นเหตุถึงขั้นที่รัฐบาลต้อง
ตัดสินใจใช้มาตรการในการสลายการชุมนุม จึงเห็นว่าเป็นการกระท�ำที่เกินสมควรแก่เหตุ และมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาล
และเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ควรใช้มาตรการที่รุนแรงในการสลายการชุมนุมโดยสงบซึ่งได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทยและกติกา ICCPR และไม่ใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมชุมนุม
ทีจ่ ะมีผลกระทบต่อเด็ก ตามทีไ่ ด้รบั การรับรองไว้ตามอนุสญ
ั ญา CRC อีกทัง้ ควรเยียวยาความเสียหายทีเ่ กิดจากปฏิบตั กิ าร
การสลายการชุมนุม ทั้งผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายควรเคารพสิทธิมนุษยชน
ของบุคคลอื่น หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยค�ำหรือการสื่อสารด้วยวิธีการใด ๆ ที่สร้างความขัดแย้ง ความเกลียดชัง ปลุกเร้า
ให้เกิดความรุนแรง และดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
63