67
ซึ่งสังคมจะมีร ะบบจั ดการความขั ดแย้ งอย่างเป็น ระบบที่ทุ กคนเห็นร่ว มกัน และท้ายที่สุดกฎหมายจะเกิ ด ขึ้ น
พร้อมกับการสร้างมาตรการควบคุมและระบบคุ ณค่าทางสั งคม เช่น การใช้ขนบธรรมเนียม และศีลธรรม73
การศึกษาเกี่ยวกับสิท ธิชุ มชนโดยเฉพาะชุ มชนท้อ งถิ่น ได้ รับ ความชอบธรรมและการยอมรั บ
มากขึ้ น นั บ แต่ อ ดี ต จนถึ ง ปั จ จุ บั น ซึ่ ง ก็ ไ ด้ รั บ อิ ท ธิ พลมาจากการปรั บ กระบวนทั ศ น์ ท างมานุ ษ ยวิ ท ยาและ
พัฒนาการแนวคิดทางนิติปรั ชญาของสานัก มานุษยวิทยาทางกฎหมาย (Legal anthropology หรืออีกชื่อ คื อ
anthropology of laws) ซึ่งเป็นสานักความคิดทางกฎหมายที่ แตกแขนงออกมาจากสานัก กฎหมายธรร มชาติ
มีบทบาทในการอธิบาย กฎหมายในบริบทที่มาจากวิถีชีวิต จารีตประเพณี และวัฒนธรรมชุมชน ให้มีค่าบัง คั บ
เทียบเท่ากฎหมายตามแนวคิ ดกระแสหลักของสานักกฎหมายบ้านเมื อง เพื่อรับรองคุณค่า และอัตลักษณ์ ท าง
ชาติพันธุ์ของชุมชนท้องถิ่น
สานักมานุษวิทยาทางกฎหมายพยายามหาคาตอบเกี่ ยวกับ กฎหมายว่า ควรจะเป็ นอย่างไรใน
วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของมนุษย์74 และพยายามสร้างความเข้าใจในกฎหมายตามมุมมองของนัก มานุษยวิ ท ยา
โดยการศึกษาระบบกฎหมายตามแนวคิ ดมานุ ษยวิ ทยาทางกฎหมายนั้นไม่ ได้ มีทฤษฎี ตายตัว การศึกษาระบบ
กฎหมายจึงจาเป็นต้อ งมีการเปรี ยบเทีย บ เพื่อศึกษาว่ามนุษย์ ในแต่ล ะวัฒ นธรรมมีวิ ธีปฏิ บัติ อย่า งไร มีวิธีการ
สร้างกฎหมายอย่างไร ใช้ระบบกฎหมายอย่างไร มีสถาบันใดรองรับ และกฎหมายมีความสัมพันธ์สอดคล้ อ งกั บ
บริบททางวัฒนธรรมอย่างไรในสังคม75
นั ก มานุ ษ ยวิ ท ยายั ง ให้ ค วามสนใจขนาดและความซั บ ซ้ อ นของสั ง คมที่ มีผ ลต่ อ การสร้าง
กฎหมายด้วย อันเนื่องมาจากกฎระเบีย บทางสั งคมที่ ใช้อ ยู่อาจมีประสิทธิ ภาพในสัง คมที่ มีขนาดเล็ก หรือมีค น
ไม่มากนัก แต่เมื่อกลุ่มคนมากขึ้นหรือมีความซับซ้ อนขึ้น กฎนั้นก็อาจใช้ไม่ได้ องค์กรหรือสถาบันทางสังคมที่ จ ะ
เข้ามาจัดการเรื่อ งนี้จึ งถู กสร้างขึ้น มาในภายหลั ง เมื่อวัฒนธรรมมี ความซับ ซ้อ นมากขึ้น สังคมก็��าเป็น ต้ อ งมี
ระบบกฎหมายที่ชี้เฉพาะมากขึ้น ด้วย76 ยกตัวอย่างเช่น ในสังคมเก็บของป่าล่าสัตว์ ความขัดแย้งหรือข้อ พิ พาท
จะถูกแก้ไขโดยคนที่เป็นคู่ กรณี หรือคนในครอบครัวเข้ามาไกล่ เกลี่ ย เกิดเป็นระบบการแก้ไขปัญหาด้วยตั ว เอง
ไม่จาเป็นต้องมีส ถาบั นที่ เป็น ทางการเพื่ อจั ดการความขั ดแย้ ง แต่เมื่อชุมชนหรือ สัง คมมีข นาดใหญ่ขึ้น เมื่ อ มี
ความขัดแย้ง คนในชุมชนหรือตัวแทนของชุมชนจะทาหน้าที่พิเศษเพื่อไกล่เกลี่ย ความขัดแย้งที่ เกิดขึ้น จนกระทั่ง
พัฒนาการเกิดเป็นสถาบันทางกฎหมายและการตัด สินความขั ดแย้ งเป็น ทางการ ผ่านผู้มีอานาจสูงสุดในชุ มชน
องค์กรทางศาสนา หรือกระทั่งศาลยุติธรรม ระบบการแก้ปัญหาด้วยตัวเองจึงหมดไป77
การวิจัยทางมานุษยวิทยาทางกฎหมายในช่ วงแรกนั้น เน้นไปที่การศึกษาเกี่ยวกับการจั ด การ
ความขัดแย้ง อาชญากรรม การลงโทษ หรือกฎระเบี ยบที่ เป็ นทางการ และพยายามที่จ ะแยกประเภทของ
73
จาก Legal Anthropology, โดย นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ, 2561, สืบค้นจาก: http://www.sac.or.th/databases/ anthropologyconcepts/ glossary/77
74
From Praying for Justice: Faith, Order, and Community in an American Town, (pp.28) by Greenhouse, Carol J.
1986, Ithaca: Cornell UP.
75
Legal Anthropology.
76
แหล่งเดิม.
77
แหล่งเดิม.