66
มาตรฐานที่ใช้ ตั ดสิ นว่า การกระทาอย่างหนึ่ ง ดีห รือ ชั่ว ถูกหรือผิด ซึ่งกฎเกณฑ์แ บบแผนของสั ง คมนอกจาก
กฎหมายแล้ว ก็อาจจะมีขนบธรรมเนียมประเพณี กฎเกณฑ์ทางศีลธรรม ฯลฯ69 โดยเรียกแนวทางการศึก ษานี้
ว่า การศึกษานิติศาสตร์ โดยแท้ หรือการศึกษานิ ติ ศาสตร์ใ นแง่แ บบแผน ซึ่งแยกสาระสาคัญ ของการ ศึ ก ษา
ออกเป็ น 2 ส่ ว น คื อ การศึ ก ษาความรู้ ใ นเนื้อ หาสาระของกฎหมาย ( Legal Content) และนิ ติ วิ ธี (Juristic
Method) อย่างไรก็ตาม นอกจากแนวการศึก ษาในทางนิติ ศาสตร์โ ดยแท้แ ล้ว ยังพบว่ามีแนวทางการ ศึ ก ษา
นิติศาสตร์ในแง่มุมอื่นๆ อีก เช่น แนวทางการศึกษากฎหมายในแง่คุณค่า (Legal Science of Values) ซึ่งเป็น
การวิจารณ์กฎหมายที่มีอยู่ว่า ดีหรื อไม่ดี มีผลหรือไม่มีผลตามมาตรฐานอุด มคติ อย่างใดอย่างหนึ่ง70 โดยมีวิช า
นิ ติ ศ าสตร์ ที่ ส าคั ญ ในแขนงนี้ เช่ น วิ ช านิ ติ บั ญ ญั ติ ( Science of Legislation) วิ ช ากฎหมายเปรี ย บเทียบ
(Comparative Law) เป็นต้น และแนวทางการศึกษาในแง่ มุมสุ ดท้าย คือการศึกษากฎหมายในแง่ข้ อเท็ จ จริ ง
(Legal Science of Facts) ซึ่ ง เป็ น การศึ ก ษาค้ น คว้ า กฎหมายในฐานะที่ ก ฎหมายเป็น ข้ อ เท็ จจริง ที่มีอยู่ 71
อันประกอบด้ วยข้อ เท็จจริ ง ในทางประวั ติศาสตร์ กฎหมาย (Legal History Study) ข้อเท็จจริงในทางสั ง คม
วิ ท ยา ทา งกฎหมา ย (Legal Sociology) และข้ อ เท็ จ จ ริ ง ใน ทา งมา นุ ษ ยวิ ท ยาทางกฎหมาย (Legal
Anthropology) โดยภายใต้ แ นวทางการศึ ก ษาเหล่า นี้ ก็ ทาให้ มีก ารพั ฒ นาวิ ธี คิ ด และวิ ธี วิ เ คราะห์ ใ นทาง
กฎหมายเกิดขึ้นมากมาย เช่น แนวคิดแบบพหุลักษณะทางกฎหมาย (Legal Pluralism) แนวคิดแบบกฎหมาย
สั ง คม (Law and Society) แนวคิ ด แบบนิ ติ ศ าสตร์ แ นววิ พากษ์ (Critical Jurisprudence) แนวคิ ด แบบ
กฎหมายกับการพัฒนา (Law and Development) ฯลฯ72 ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าแนวคิดการศึกษาวิชานิติศาสตร์
จึงมีความเปลี่ยนแปลงไป การศึกษากฎหมายจึงมิใช่เป็��ไปเพียงเพื่อ เข้าใจในกฎหมาย หรือนิติวิธีทางกฎหมาย
เท่านั้น แต่ยังต้องเข้าใจถึ งคุ ณค่า และข้อเท็จจริ งต่า งๆ ของกฎหมายที่ มีค วามสั มพันธ์ กับ สัง คมควบคู่กั น ใน
ส่วนนี้ผู้วิจัยจึงได้ทาการศึกษาถึงสานัก ความคิ ดทางกฎหมาย 2 สานัก ซึ่งมีส่วนสาคัญในการสะท้อนให้เ ห็ น ถึ ง
ความสัมพันธ์ของกฎหมายกับมนุษย์แ ละสาคัญ อย่างยิ่ ง ได้แก่ สานักความคิดมานุษยวิทยาทางกฎหมาย และ
สานักความคิดสังคมวิทยาทางกฎหมาย
2.3.1 สานักความคิดมานุษยวิทยาทางกฎหมาย
จากที่ได้กล่าวไปแล้ว ว่า เมื่อรูปแบบของสัง คมแต่ล ะแห่ งนั้น มี ความแตกต่า งกัน ทั้งลัก ษณะ
ทางสังคม วิถีชีวิตของผู้ค น ขนบธรรมเนีย มประเพณี และวัฒ นธรรมของคนในสั ง คม ซึ่งล้วนเป็นปัจจั ย และ
เงื่อนไขที่ทาให้รูปแบบกฎหมายในแต่สั งคมนั้นแตกต่างกันออกไป รูปแบบกฎหมายในสังคมตะวัน ตกจึงอาจไม่
สามารถเป็นแม่แบบหรื อนาไปใช้ บัง คับ ในสั งคมตะวันออกได้ เสมอไป จากฐานคิดข้างต้น การศึกษากฎหมาย
ทางมานุษยวิทยาจึงเป็นการศึกษากฎหมายภายใต้แนวคิดที่ว่าแต่ล ะวัฒนธรรมจะมีวิธีแยกแยะกฎต่าง ๆ และมี
กระบวนการสร้างกฎหมายที่แ ตกต่างกัน โดยการจัดการความขัดแย้ งต้ องอาศัยรู ปแบบและสถาบันที่แ น่ น อน
69
จาก ทฤษฎีกฎหมายนิติปรัชญา (น. 36), โดย สมยศ เชื้อไทย, 2555, กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน.
แหล่งเดิม, หน้า 45
71
แหล่งเดิม, หน้า 40
72
จาก “Legal Pluralism กับอนาคตวิชาการนิติศาสตร์ไทย,” โดย ไพสิฐ พาณิชย์กุล, 2548, วารสารนิติสังคมศาสตร์ (มกราคม
- ธันวาคม), น. 40-41.
70