56 เมือง เป็นต้น) ทุนทางวัฒนธรรม (ความรู้ การศึกษา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ปรากฏในระบบการศึก ษา หรือใน ตานาน ความเชื่อ จารีตประเพณีและกฎข้อห้ามต่าง ๆ) และทุนทางสัญลักษณ์ (ความชอบธรรม)28 ตัวอย่างของการนาแนวคิดเรื่องกระบวนการสะสมและแปลงทุนมาใช้ศึก ษาความเป็นชุ มชน และการ เปิดพื้นที่ทางสังคมนั้น เช่นกรณีของชาวปกากะญอที่ใช้ทุน ทางวั ฒนธรรม โดยเฉพาะภูมิปัญญาท้องถิ่นในเรื่ อ ง ของการจัดการทรัพยากร ตลอดจนประเพณี ความเชื่ อ ตานาน และเรื่องเล่าต่า ง ๆ มานาเสนอเพื่อ เปิ ด พื้ น ที่ ทางสังคมในกระบวนการต่อสู้กับภาพลัก ษณ์ที่รั ฐหยิบยื่นยัด เยียดให้ กับ “ชาวเขา” ว่าเป็นคนโง่ และทาลายป่า ปกากะญอแปลงทุน ทางวัฒ นธรรม ให้เป็นอานาจเชิง สัญ ลัก ษณ์ เพื่อสร้าง “ตัวตน” และอัตลักษณ์ ทางชาติ พันธุ์ ให้สังคมมองเห็นว่าอัตลักษณ์ของชาวปกากะญอนั้นผูก พันแนบแน่น อยู่กับการรัก ษาป่า หรือความเป็นคน รักป่า จึงทาให้ชาวปกากะญอสามารถเปิด พื้นที่ ทางสัง คม และยืนยันศักดิ์ศรีในความเป็ นมนุ ษย์เ พื่อ ตอบโต้ ต่ อ ภาพลักษณ์และข้อกล่าวหาของรัฐและชนกลุ่มอื่นๆ และสร้างความชอบธรรมให้กับสิทธิชุมชนของตน ทั้งนี้ การมองชุมชนในลัก ษณะที่ เป็น กระบวนการ หรือยุทธวิธีที่เลื่อนไหลในการนาเสนอตั วตนและ เปิดพื้นที่ทางสั ง คม ความเป็นชุ มชนในลัก ษณะดั ง กล่า ว วางอยู่บนพื้น ฐานของมุ มมองและแนวคิด ส า คั ญ ๆ อย่างน้อย 5 ประการด้วยกัน คือ ประการแรก คือ การมองความเป็นชุมชนในบริบทของความสั มพันธ์ เชิง อานาจ (relational) ชุดหนึ่ง ความเป็นชุมชน การนาเสนอตัวตนและอั ตลัก ษณ์ของกลุ่ มเกิด ขึ้นเมื่อ เกิ ดการเผชิญ หน้ากับ ชนกลุ่ มอื่ น ๆ เกิด ความพยายามในการที่จะปรั บตัว และต่ อสู้กั บพลังภายนอกที่เข้า มากระทาการ สร้างอัตลักษณ์ของชุ มชน หรื อ กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ จึงหมายถึง ความพยายามที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับ สิทธิ ชุมชนบนพื้ นฐานของความ เป็นมนุษย์29 หรือการสร้างความเป็นกลุ่มและชุมชนในมิติทางวั ฒนธรรมนั่นเอง 30 ประการที่สอง คือ การมองความเป็นชุ มชนในบริบ ททางประวั ติ ศาสตร์ หรือที่เรียกว่าการเลื่อ น ไหล ผ่านกาลเวลา (temporal flow)31 การสร้างความเป็น ชุ มชนเกี่ย วพัน อย่า งแนบแน่น กั บการสร้ างสานึ ก ทาง ประวัติศาสตร์ ผ่านการตีความ การลาเลิกอดีตในรูป พงศาวดาร เรื่องเล่า ตานาน ชีวประวัติของวีรบุรุ ษ เพื่ อ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างอดีตมาสู่ปัจจุบันและสร้างความคาดหวังให้ กับอนาคต 32 ประการที่สาม ความเป็นชุมชนมิใช่แก่นสารที่หยุดนิ่งตายตัว หากแต่เลื่อนไหล และปรับเปลี่ยนไปตาม เงื่อนไขและสถานการณ์ หรือผลประโยชน์ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา 33 28 29 ในแหล่งเดิม 30 แหล่งเดิม. จาก มิติชุมชน: วิธีคิดท้องถิ่นว่าด้วยสิทธิ อานาจ และการจัดการทรัพ ยากร (น. 248), โดย อานันท์ กาญจนพันธุ์ อ้างถึง From The Experience of Displacement: Reconstructing Place and Identities in Sri Lanka, by Birgitte Sorensen อ้างถึง ในแหล่งเดิม 31 From Time and the other: How Anthropology Makes Its Object, by Johannes Fabian อ้างถึ��ในแหล่งเดิม From Sovereignty and Rebellion: The White Hmong of Northern Thailand, by Nicholas Tapp, 1989, Singapore: Oxford University Press. อ้างถึงในแหล่งเดิม 33 From Flexible Citizenship: The Cultural Logics of Transnationality, by Aihwa Ong อ้างถึงในแหล่งเดิม 32

Select target paragraph3