จ รับรองสิทธิดังกล่าวเป็นการรับรอง “สิทธิชุมชน” ของกลุ่มชนเฉพาะบางกลุ่ม ชนเท่านั้น โดยจะต้องมีลั ก ษณะ เป็น “ชุมชนชนพื้นเมืองดั้ งเดิม” และไม่ได้รับรอง “สิทธิชุมชนในกรณีทั่ว ๆ ไป” นอกจากนี้ ยังไม่มีการนิ ย าม คาว่า “สิทธิชุมชน” ในความหมายทั่วไปไว้แต่อย่างใด มี ข้ อ สั ง เกตว่ า ในบรรดาตราสารระหว่ างประเทศด้ านสิ่ง แวดล้ อ มจานวน 4 ฉบับ ซึ่ ง ได้ แ ก่ ปฏิ ญ ญา (สต็ อ กโฮล์ ม) แห่ ง การประชุ มสหประชาชาติ ว่ าด้ วยสิ่ ง แวดล้ อมของมนุษ ย์ ค.ศ. 1972 ปฏิญญาริโอว่าด้วยสิ่ง แวดล้ อ มและการพั ฒนา ค.ศ. 1992 ปฏิญญาโจฮันเนสเบอร์ กว่า ด้ วยการพัฒ นาอย่ า ง ยั่งยืน ค.ศ. 2002 และอนุสัญ ญาว่า ด้ว ยความหลากหลายทางชีว ภาพ ค.ศ. 1992 นั้น ไม่มีตราสารฉบั บ ใด ที่กล่าวถึงคาว่า “สิทธิชุมชน” โดยตรง คงมีแต่เพียงคาว่า “ชุมชน” “ชุมชนท้องถิ่น” และ “ชุมชนพื้น เมื อ ง ดั้งเดิม” เมื่อพิจารณาในภาพรวม ตราสารระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ สนับสนุน ให้รัฐต่างๆ ส่งเสริม บทบาทของชุ มชนพื้น เมื อ งดั้ ง เดิ มและชุ มชนท้ องถิ่น ในฐานะที่ เ ป็น กลไกหรือ มาตรการในการคุ้ มครองดู แ ล ทรั พยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ มที่ ยั่ ง ยื น โดยมุ่ ง ให้ ชุ มชนดั ง กล่ า วมี “หน้ า ที่ ” ในการดู แ ลรั ก ษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อ มภายในชุ มชนของเขามากกว่าการรับรอง “สิทธิชุมชน” ดัวยเหตุนี้ จึงไม่ไ ด้ มุ่งเน้น “การคุ้มครองสิทธิของชุมชน” มากไปกว่า “การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม” 1.1.2 “สิทธิของชุมชน” แตกต่างกับ “สิทธิชนพื้นเมืองดั้ง เดิ ม” และ “สิทธิชนกลุ่ ม น้อย” “สิทธิชนพื้นเมืองดั้ง เดิ ม” และ “สิทธิชนกลุ่มน้อย” แตกต่างกับ “สิทธิชุมชน” จึง ไม่ควรนาสองเรื่องนี้มาใช้ปะปนกับ “สิทธิชุมชน” อย่างไรก็ดี การทราบถึงลักษณะของการรับรองคุ้มครองสิ ท ธิ ของกลุ่มคนสองประเภทดัง กล่ าวอาจมีประโยชน์ในเชิ ง เที ยบเคี ยงกับ “สิทธิชุมชน” เพื่อหยิบยืมวิธี การ บาง เรื่ อ งมาปรั บ ใช้ กั บ กรณี ก ารรับ รองคุ้ มครอง “สิ ท ธิ ชุ มชน” เท่ า ที่ ไ ม่ ขั ด ต่ อ ปรั ช ญาแนวคิ ด ของสิท ธิ ชุมชน ขณะเดียวกัน ก็มีบางเรื่องที่ไม่ควรหยิบยืมมาปรับใช้กับ “สิทธิชุมชน” ผลการศึ ก ษาพบว่ า สิ ท ธิ 5 เรื่ อ ง ของ “ชนพื้ น เมื อ งดั้ ง เดิ ม ” ภายใต้ ป ฏิ ญ ญา สหประชาชาติว่าด้วยชนพื้น เมื องดั้ง เดิ มอาจยื มมาปรับใช้กั บ “สิทธิชุมชน” ซึ่งได้แก่ (1) สิทธิที่จะธารงรั ก ษา และเสริมสร้า งความเข้ มแข็ง ของความสั มพันธ์ ด้านจิต วิญ ญาณกั บที่ ดิน เขตแดน น้า และชายฝั่งทะเล และ ทรัพยากรอื่น ๆ (2) สิทธิในที่ดินและดินแดน ทรัพยากร ซึ่งได้ครอบครองเป็นเจ้าของตามประเพณีหรื อเคยใช้ หรือได้รับมาก่อน (3) สิทธิได้รับการชดเชยโดยเท่า เทีย มและเป็นธรรมสาหรับที่ ดิน เขตแดนและทรัพยา กรที่ เป็นเจ้าของ หรือเคยครอบครอง ใช้ประโยชน์ตามประเพณีอยู่ก่ อนแล้ว แต่ถูกยึด ถูกเอาไป ถูกครอบครอง ถูก ใช้ หรือถูกทาให้เสียหาย โดยปราศจากการยินยอมที่ได้มีการบอกกล่าวล่ วงหน้า (4) สิทธิในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปกป้องสภาพแวดล้อ มและศักยภาพในการผลิตในที่ดิ นหรือ เขตแดนและทรั พยากรของตน และ (5) สิทธิ ในการตัดสินใจและพั ฒนาลาดับ ความสาคั ญและยุ ทธศาสตร์สาหรั บการพัฒนาหรือ การใช้ ที่ดิ น ดินแดน และ ทรัพยากรอื่นๆ ของชนพื้นเมืองดั้งเดิม “สิทธิชนพื้นเมืองดั้ง เดิ ม” มีความเข้มข้นมากกว่า “สิทธิชนกลุ่มน้อย” เพราะ “ชน พืน้ เมืองดั้งเดิ ม” มีลักษณะเฉพาะและมีอ งค์ ประกอบจากการเป็ นเจ้าของพื้น ที่ซึ่ง อาศั ยมาก่อนคนส่ วนใหญ่ ที่

Select target paragraph3