29
สิทธิ....” แต่ตราสารด้านสิ่ง แวดล้ อ ม เช่น มาตรา 8 ของอนุสัญญาว่าด้ วยความหลากหลายทางชี วภาพ จะ
บัญญัติในทานองให้รัฐให้ความเคารพการถือปฏิบั ติด้านการอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ในทรั พยากรธรรมชาติ ข อง
ชนพื้ น เมื อ งดั้ ง เดิ มและชุ มชนท้ อ งถิ่ น เพื่ อ ความยั่ ง ยื นด้ า นความหลากหลายทางชีว ภาพ ซึ่ ง สอดคล้ อ งกับ
อารัมบทของอนุสัญญาฯ
1.3 บทวิเคราะห์ ก ารตรวจสอบตราสารระหว่างประเทศด้ า นสิท ธิ มนุ ษยชน/สิ่ง แวดล้ อ มที่ เกี่ ยวข้ อ ง กั บ
ชุมชน
จากการตรวจสอบตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อ มที่ เกี่ยวข้อ งข้างต้น คาว่า
“ชุมชน” หรือ “สิทธิชุมชน” ปรากฏอยู่ในกรอบความหมายที่ค่อนข้างจากัด โดยสรุปดังนี้
1) ตราสารระหว่างประเทศด้านสิ ทธิ มนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี มิได้นิยามหรือรับรองคุ้ มครอง
สิทธิชุมชนอย่างชัด แจ้ง การปรากฏคาว่า “ชุมชน” ในตัวบทของตราสารโดยส่วนมากจะบั ญ ญั ติ
รับรองสิทธิของปัจเจกบุค คลที่จ ะเข้า ไปมีส่วนร่ วมในชุ มชนของตน หรือการรับรองเสรีภาพในการ
เข้าร่วม มากกว่าที่จะตีความให้หมายความถึงสิ ทธิข องชุ มชนโดยเอกเทศแยกต่า งหากจากสิ ท ธิ เ ชิ ง
ปัจเจกบุคคล
2) ตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยมิไ ด้เป็นภาคี มีการรับรองสิทธิชุมชน
ของชนพื้นเมือ งดั้ ง เดิ มตามที่บั ญญั ติใ นปฏิ ญญาสหประชาชาติว่า ด้ว ยสิ ทธิข องชนพื้น เมือ งดั้ ง เดิ ม
แต่การรับรองสิทธิดั ง กล่าวก็ เป็น การรั บรองสิ ทธิ ชุมชนของกลุ่ มชนบางกลุ่ มเท่านั้น กล่าวคือ เป็ น
สิ ท ธิ ข องชุ มชนชนพื้ น เมื อ งดั้ ง เดิ ม มิ ไ ด้ รั บ รองสิ ทธิ ชุ มชนในกรณี ทั่ ว ๆ ไปที่ ไ ม่ ใ ช่ ชุ มชนของชน
พื้นเมืองดั้งเดิ ม ทั้งยังไม่มีบัญญัตินิยามของสิทธิ ชุมชนไว้แ ต่อย่า งใด ขณะที่ลักษณะชุ มชนของชน
พื้นเมืองดั้งเดิมนั้นมีลักษณะเฉพาะตัวมิ ใช่ลักษณะของชุ มชนในความหมายทั่วไป
3) ตราสารระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวถึง “ชุมชนท้องถิ่น/ชุมชนชนพื้นเมืองดั้งเดิ ม” ไว้ใน
ปฏิญญาริโอและอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชี วภาพ แต่เป็นการกล่าวถึงเมื่อได้อ ธิ บ าย
ถึงหน้าที่ของชนพื้ นเมื องดั้ งเดิ ม/ชุ มชนท้ องถิ่น ในการดู แลรั ก ษาสิ่ งแวดล้อ ม ดังนั้น เจตนารมณ์
ของตราสารฉบับนี้ จึง มุ่ ง อธิ บายถึง การเคารพหน้าที่ ข อง “ชุมชนของชนพื้น เมื องดั้ งเดิ ม/ ชุ มชน
ท้องถิ่น” เป็นหลัก และการกล่าวถึงชุมชนท้องถิ่นที่จ ะพอนามาเปรีย บเทียบได้กับ “สิทธิชุมชน”
ก็เป็นการกล่าวถึงเพื่อกาหนดหน้าที่ในการดูแ ลรักษาสิ่งแวดล้ อม เช่นเดียวกับ ทีอ่ นุสัญญาว่ า ด้ ว ย
ความหลากหลายทางชี วภาพกล่าวถึ ง ชุมชนของชนพื้น เมื องดั้ ง เดิ มและชุ มชนท้อ งถิ่ น (Local
Community) ที่จะมีส่วนช่วยในการปกป้อง คุ้มครองสิ่งแวดล้อมได้เป็น อย่างดี อัน เนื่อ งมาจากวิ ถี
ชีวิตของชุมชนท้อ งถิ่น ที่พึ่ง พาอาศัยสิ่ งแวดล้อ มมาอย่า งยาวนานและยั่งยื น ดังนั���น ภาพรวมของ
ตราสารสิ่งแวดล้อ มระหว่างประเทศจะพิจารณาว่า ชุ มชนพื้น เมือ งดั้ง เดิ มและชุ มชนท้ องถิ่ น เป็ น
หนึ่งในกลไกหรือ มาตรการในการคุ้ มครองดูแ ลสิ่ งแวดล้อ มอย่า งยั่ งยืน ได้ จึงส่งเสริมให้รัฐ ต่ า งๆ
สนั บ สนุ น ส่ ง เสริ มชุ มชนพื้ น เมื อ งดั้ ง เดิมและชุ มชนท้อ งถิ่ น ให้ เ ป็ น ผู้มีห น้ าที่ ในการดู แ ลรักษา
สิ่ ง แวดล้ อ มภายในชุมชนของตนเองเสี ย มากกว่ า ที่ จะมุ่ ง รั บ รองสิ ทธิ ข องชุม ชนว่ าเป็ นสิ ทธิใน