-๕มาตรา ๑๑ เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ให้เป็นหน้าที่ และอานาจของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งประกอบด้วย (๑) ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ (๒) ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นาฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ (๓) ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ (๔) ผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน องค์กรละหนึ่งคน ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือสามคน เป็นกรรมการ (๕) ผู้ แ ทนสภาทนายความหนึ่ ง คน ผู้ แ ทนสภาวิ ช าชี พ ทางการแพทย์ แ ละสาธารณสุ ข เลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน และผู้แทนสภาวิชาชีพสื่อมวลชนเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน เป็นกรรมการ (๖) อาจารย์ประจาหรือผู้เคยเป็นอาจารย์ประจาในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งสอนหรือทางานวิจัย หรือทางานด้านสิทธิมนุษยชนมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี ซึ่งกรรมการตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) มีมติเลือกด้วยคะแนนเสียงสองในสามหนึ่งคน เป็นกรรมการ ให้ เลขาธิการวุฒิสภาเป็นเลขานุการของคณะกรรมการสรรหา และให้สานักงานเลขาธิการ วุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา องค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุ ษยชนตาม (๔) และสภาวิชาชีพตาม (๕) ต้องเป็นองค์กรหรือ สภาวิ ชาชีพที่ได้จดแจ้งไว้กั บสานั กงาน โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่ อนไขการจดแจ้ ง การรับจดแจ้ ง และการเลือกกันเองให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกาหนด โดยต้องกาหนดให้มีการเลือกกันเอง ให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่มีกรณีที่ต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ วิธีการเลือกกรรมการสรรหาตาม (๖) ให้เป็นไปตามที่กรรมการสรรหาตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ตกลงร่วมกัน ในกรณีที่พ้นกาหนดระยะเวลาตามวรรคสามแล้วยังไม่มีผู้ดารงตาแหน่งกรรมการ สรรหาตาม (๒) หรือ (๕) หรือมีไม่ครบไม่ว่าด้วยเหตุใดและมีผู้ดารงตาแหน่ งกรรมการสรรหาตาม (๔) อย่างน้ อยหนึ่ งคน ให้ กรรมการสรรหาเท่าที่ มีอยู่ ดาเนิ นการตกลงและเลือกกรรมการสรรหาตาม (๖) ได้ต่อไป โดยต้องดาเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันพ้นกาหนดระยะเวลาตามวรรคสาม ในกรณีที่พ้นกาหนดเวลาการเลือกกรรมการสรรหาตาม (๖) แล้ว ยังไม่ มีผู้ดารงตาแหน่ง กรรมการสรรหาตาม (๒) (๕) หรือ (๖) หรือมีไม่ครบไม่ว่าด้วยเหตุใดและมีผู้ดารงตาแหน่งกรรมการ สรรหาตาม (๔) อย่ า งน้ อยหนึ่ ง คน ให้ค ณะกรรมการสรรหาเท่ า ที่มี อยู่ ปฏิ บั ติห น้า ที่แ ละใช้อ านาจ ไปพลางก่อนได้ โดยในระหว่างนั้นให้ถือว่าคณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ มาตรา ๑๒ ให้กรรมการสรรหาตามมาตรา ๑๑ (๔) (๕) และ (๖) อยู่ในวาระการดารงตาแหน่ง จนถึงวันก่อนวันที่มีกรณีที่ต้องสรรหากรรมการใหม่ แต่ไม่รวมถึงการสรรหาใหม่หรือการสรรหาเพิ่มเติม ตามมาตรา ๑๓ วรรคห้า มาตรา ๑๔ วรรคสองและวรรคสาม และมาตรา ๑๕ และให้กรรมการสรรหา ดังกล่าวพ้นจากตาแหน่งก่อนวาระเมื่อตาย ลาออก ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม ผู้ ซึ่ ง ได้ รั บ แต่ ง ตั้ ง ให้ เ ป็ น กรรมการสรรหาตามวรรคหนึ่ ง แล้ ว จะเป็ น กรรมการสรรหา ในคณะกรรมการสรรหาส��หรับศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระอื่นในขณะเดียวกันมิได้ ในกรณี ที่ ต าแหน่ งกรรมการสรรหาว่ างลง ให้ ด าเนิ นการให้ มี การเลื อกกรรมการสรรหา แทนโดยเร็ ว ในระหว่างที่ยั งไม่ ไ ด้ กรรมการสรรหาใหม่ ถ้ ายัง มีก รรมการสรรหาตั้ง แต่ ห้าคนขึ้ น ไป ให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่

Select target paragraph3