-๑๔(๓) เรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอานาจขององค์กรอิสระอื่น หรือที่องค์กรอิสระอื่นรับไว้ดาเนินการ
ตามหน้าที่และอานาจขององค์กรอิสระนั้นแล้ว แต่ไม่ตัดอานาจในการที่จะขอรับทราบผลการพิจารณา
ขององค์กรอิสระที่รับเรื่องไว้ดาเนินการ
(๔) เป็นการร้องเรียนโดยใช้สิทธิไม่สุจริตและการพิจารณาจะไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
โดยส่วนรวม
(๕) เรื่องที่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมแล้ว
(๖) เป็นเรื่องที่คณะกรรมการเคยพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เว้นแต่
จะปรากฏพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใหม่อันอาจทาให้ผลการพิจารณาเปลี่ยนแปลงไป
(๗) เรื่องอื่นตามที่คณะกรรมการกาหนด
ในกรณี ที่ ความปรากฏในภายหลังว่ าเป็ นเรื่ องที่ มี ลักษณะตามวรรคหนึ่ ง ให้ คณะกรรมการ
สั่งยุติเรื่อง
มาตรา ๔๐ ให้คณะกรรมการจัดทารายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน
ของประเทศประจ าปี ใ ห้ แ ล้ ว เสร็ จ ภายในเก้ า สิ บ วั น นั บ แต่ วั น สิ้ น ปี ป ฏิ ทิ น เพื่ อ เสนอต่ อ รั ฐ สภาและ
คณะรัฐมนตรี และเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ทั้งนี้ ให้กรรมการมาแถลงรายงานดังกล่าว
ต่อรัฐสภาด้วย
ในกรณีที่มีสถานการณ์อัน กระทบหรือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นอย่างร้ายแรง
ให้คณะกรรมการดาเนินการตรวจสอบแล้วจัดทารายงานผลกา��ประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน
ของประเทศในเรื่องนั้นขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อรายงานให้รัฐสภาและคณะรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว พร้อมทั้ง
เผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป
ในกรณี ที่ ค ณะกรรมการจั ด ท ารายงานตามวรรคหนึ่ ง ไม่ แ ล้ ว เสร็ จ ภายในก าหนดเวลา
จะขยายเวลาออกไปอีกไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันก็ได้แต่ต้องแจ้งให้รัฐสภาทราบ ในกรณีที่ยังไม่สามารถ
เสนอรายงานดังกล่าวต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีได้ภายในกาหนดเวลาที่ขยายโดยไม่มีเหตุอันสมควร
ให้คณะกรรมการพ้นจากตาแหน่งทั้งคณะ
การจั ด ท ารายงานตามมาตรานี้ ให้ ก ระท าเป็ น การสรุ ป โดยอย่ า งน้ อ ยในรายงาน
ต้องประกอบด้วย ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยมิให้
ระบุรายละเอียดอันเป็นการเปิดเผยความลับของบุคคลหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องโดยไม่จาเป็น
และต้องคานึง ถึง ความถูก ต้อ ง เป็น ธรรม และผลประโยชน์ส่ว นรวมของชาติเป็น สาคัญ ด้วย ทั้ง นี้
ให้หน่วยงานของรัฐที่คณะกรรมการร้องขอ แจ้งข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
ในส่วนที่อยู่ในหน้าที่และอานาจให้คณะกรรมการทราบ และให้นาความในมาตรา ๓๕ (๑) มาใช้บังคับ
โดยอนุโลม
มาตรา ๔๑ ให้คณะกรรมการจัดให้มีแผนการดาเนินการตามมาตรา ๔๐ เพื่อให้การปฏิบัติ
หน้าที่แต่ละกรณีเป็นไปโดยไม่ชักช้า และแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กาหนดไว้
มาตรา ๔๒ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าการแก้ไขปัญหาหรือการป้องกันเพื่อมิให้เกิด
การละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรื่องใดหรือลักษณะใดขึ้นอีก จาเป็นต้องมีการกาหนดมาตรการหรือแนวทาง
ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุง กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือ