๘๗
สิทธิมนุษยชนยุโรป มาตรา ๖๑๘๕ ด้วย โดยเนื้อหาทางอาญา หมายถึง “มาตรการทั้งปวงที่มีผลเป็นการป้องกัน
ลงโทษ”๑๘๖
๕.๓.๒ หลักการไม่พิจารณาลงโทษสองครั้ง (Non bis in idem) กับการลงโทษเรื่องละเมิดอานาจ
ศาลในประเทศไทย
หลั กการไม่พิ จ ารณาลงโทษสองครั้ง กับการลงโทษเรื่ องละเมิดอ านาจศาลในประเทศไทยมีแ นวทาง
แตกต่างไปจากแนวทางสากล กล่าวคือ หากพิจารณาเฉพาะความผิ ดฐานละเมิดอานาจศาลตามที่ปรากฏใน
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่กาหนดอัตราโทษปรับ ๕๐๐ บาทและจาคุกไม่เกิน ๖ เดือน พบว่าที่ผ่าน
มาหากผู้ถูกกล่าวหาได้กระทาความผิดฐานละเมิดอานาจศาลและมีความผิดฐานอาญาร่วมด้วย ในลักษณะกรรม
เดียวกัน เช่น การยื่นเอกสารเท็จมีความผิดในทางอาญาและมีความผิดฐานละเมิดอานาจศาลเช่นนี้ แนวทางการ
ตีความของศาลฎีกาและความเห็ นของคณะกรรมการกฤษฎีกาในเรื่องความซ้าซ้อนดังกล่ าวกลับพิจารณาว่า
ความผิดทางอาญาและความผิดฐานละเมิดอานาจศาลเป็นคนละกรรม เนื่องจากความผิดฐานละเมิดอานาจศาลถือ
เป็นเครื่องมือที่ศาลใช้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในศาล ไม่ใช่การลงโทษในทางอาญา
ตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องที่ ๔๔๔/๒๕๒๘ มีประเด็นสาคัญว่าความผิดฐานละเมิด
อานาจศาล แม้ศาลจะลงโทษจาคุกหรือปรับก็ถือว่า ไม่ใช่โทษทางอาญา จึงกลายเป็นก���รตัดสิทธิบุคคลที่จะได้รับ
การคุ้มครองในการพิจารณาคดี ทั้ง ๆ ที่หากพิจารณาโดยทั่วไปจะความรับผิดไม่ว่าจะเป็นการปรับหรือการจาคุก
ควรเป็นถือเป็นโทษทางอาญาดังเช่นแนวทางการตัดสินคดีของศาลแห่งสหภาพยุโรป นอกจากนี้มาตรา ๑๘ แห่ง
ประมวลกฎหมายอาญา ได้กาหนดโทษ ๕ สถาน ได้แก่ ๑. ประหารชีวิต ๒. การจาคุก ๓. การกักขัง ๔ การปรับ
และ ๕. การริบทรัพย์สิน แต่เมื่อมีการตีความโดยคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าความผิดฐานละเมิดอานาจศาลไม่ใช่
โทษทางอาญา จึงกลายเป็นว่าสิทธิที่ผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทาการละเมิดอานาจศาลที่ จะได้รับการพิจารณาอย่าง
รอบคอบ สิทธิในการมีทนายหรือสิทธิในการได้รับการสืบพยานต่อหน้าศาลย่อมไม่ได้รับการคุ้มครอง ยิ่งเมื่อปรับใช้
กับหลักการไม่ควรมี การถูกลงโทษสองครั้งในการกระทาเดียวกัน เมื่อเกิดการตีความว่าการลงโทษฐานละเมิด
อานาจศาลไม่ใช่โทษทางอาญา หากการกระทาความผิดนั้นเป็นโทษทางอาญาด้วยอีกฐานหนึ่ง ผู้ถูกกล่าวหาก็จะ
๑๘๕
Article 6 of European Convention of Human Rights
“1. In the determination of his civil rights and obligations or of any criminal charge against him, everyone is entitled to
a fair and public hearing within a reasonable time by an independent and impartial tribunal established by law. Judgment shall
be pronounced publicly but the press and public may be excluded from all or part of the trial in the interests of morals, public
order or national security in a democratic society, where the interests of juveniles or the protection of the private life of the
parties so require, or to the extent strictly necessary in the opinion of the court in special circumstances where publicity would
prejudice the interests of justice...”
๑๘๖
อาทิเช่น คดี Engel and other v the Netherlands, คดี Lauko v Slovakia, คดี Ozturk v Germany, คดี Weber v Switzerland