๘๓ เหตุอีกประการหนึ่งก็คือ หากกฎหมายอาญามีความแน่นอนพอควรแล้ว ก็จะเป็นการลดการใช้บังคับ กฎหมายโดยเลือกปฏิบัติและโดยอาเภอใจลงไปได้บ้าง มิฉะนั้นแล้วตารวจ อัยการและศาลก็อาจจะมีดุลพินิจ เลือกใช้บังคับกฎหมายกับบุคคลบางประเภทได้อย่างไม่มีขอบเขตจากัด๑๘๑ การศึกษาความผิดฐานละเมิดอานาจศาลในต่างประเทศพบว่า ความผิดฐานดังกล่าวของกลุ่ม ประเทศ ซีวิลลอว์ มีความสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องความชอบด้วยกฎหมายอาญา กล่าวคือ หลักความรับผิดของบุคคลต้อง มีความชัดเจนและแน่นอน โดยต้องมีการตราโดยองค์กรที่มีอานาจหน้าที่โดยตรง หน่วยงานที่เป็นผู้ใช้จะขยาย ความหรือเขียนลักษณะคลุมเครือไม่ได้ ในขณะที่กลุ่มประเทศคอมมอนลอว์ แม้จุดเริ่มต้นของการมีฐานความผิด เรื่ องละเมิดอานาจศาลจะเป็ น การให้ อานาจผู้ พิพากษาในการใช้ดุล ยพินิจในการกาหนดลั กษณะการกระท า ความผิด แต่ในปัจจุบันหลายประเทศได้มีแนวโน้มในการกาหนดลักษณะการกระทาความผิดฐานละเมิดอานาจศาล ในรูปของกฎหมายที่ตราโดยฝ่ายนิติบัญญัติมากขึ้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชนทั่วไป ๕.๒.๒ หลักความชอบด้วยกฎหมายอาญากับการละเมิดอานาจศาลในประเทศไทย หลักความชอบด้วยกฎหมายอาญาในประเทศไทย ได้ทาการรับรองไว้ในมาตรา ๒๙๑๘๒ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ว่า “บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทาการอันกฎหมายที่ใช้ อยู่ในเวลาที่กระทานั้นบัญญัติเป็นความผิดและกาหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่ บัญญัติไว้ในกฎหมายที่ใช้ อยู่ในเวลาที่กระทาความผิดมิได้...” จากบทบัญญัติข้างต้นแสดงให้เห็นว่าการลงโทษ บุคคล โดยเฉพาะโทษทางอาญาต้องมีการกาหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบล่วงหน้า ว่า ความประพฤติใดที่สามารถทาได้หรือความประพฤติลักษณะใดที่หากกระทาแล้วจะมีผลร้ายต่อผู้กระทา ซึ่งเป็น ความสอดคล้องตามหลักความชอบด้วยกฎหมายอาญา อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาหลักความชอบด้วยกฎหมายอาญากับการละเมิดอานาจศาลในประเทศไทย ตาม มาตรา ๓๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มีความว่า “ให้ศาลมีอานาจออกข้อกาหนดใด ๆ แก่ คู่ความฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งหรื อแก่บุคคลภายนอกที่อยู่ต่อหน้าศาลตามที่เห็นจาเป็น เพื่อรักษาความเรียบร้อยใน บริเวณศาล และเพื่อให้กระบวนพิจารณา ดาเนินไปตามเที่ยงธรรมและรวดเร็ว อานาจเช่นว่านี้ให้รวมถึงการสั่ง ๑๘๑ เพิ่งอ้าง มาตรา ๒๙ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ “บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทาการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทานั้นบัญญัติเป็นความผิดและกาหนดโทษไว้ และโทษที่ จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทาความผิดมิได้ ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจาเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคาพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทา ความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทาความผิดมิได้ การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจาเลยให้กระทาได้เพียงเท่าที่จาเป็น เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี ในคดีอาญา จะบังคับให้บุค คลให้การ เป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองมิได้ คาขอประกันผู้ต้องหาหรือจาเลยในคดีอาญาต้องได้รับการพิจารณาและจะเรียกหลักประกันจนเกินควรแก่กรณีมิได้ การไม่ให้ประกันต้อง เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ” ๑๘๒

Select target paragraph3