๘๑
ของการให้ สิทธิผู้ ต้องหาและจาเลยมีทนายความ การเพิ่มเติมสิทธิที่จะทราบข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่ถูก
กล่าวหา ฯลฯ ดังนั้นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเริ่มมีบทบาทในประเทศไทยในกฎหมายหลายฉบับโดยเฉพาะที่
เกี่ยวข้องกับการดาเนินคดีอาญา
หากพิจารณาลักษณะการกระทาที่เป็นการละเมิ ดอานาจศาลนั้นมีอยู่การกระทาอยู่หลายประการ เริ่ม
ตั้งแต่การกระทาที่สร้างความไม่สงบในศาลจนไม่ อาจดาเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ ไปจนกระทั่งการกระทาที่
ทาให้อานาจตุลาการลดความศักดิ์สิทธิ์ลง ซึ่งหากแยกเป็นการกระทาที่ต้องการลงโทษบุคคลเพื่อรักษาไว้ซึ่ง ความ
ศักดิ์สิ ทธิ์ของอานาจตุลาการ กฎหมายอาญาปัจจุบันก็มีบทบั ญญัติที่ครอบคลุ มทุกเรื่องแล้ว ดังที่บัญญัติไว้ใน
ประมวลกฎหมายอาญา ตั้งแต่มาตรา ๑๖๗ ถึงมาตรา ๑๙๙ หมวดที่ว่าด้วยความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม
ซึ่ ง ส่ ว นใหญ่ ใ นหมวดนี้ เ ป็ น ความผิ ด ที่ ล งโทษประชาชนกระท าต่ อ อ านาจศาลด้ ว ยโทษจ าคุ ก และปรั บ เช่ น
หากหมิ่นศาล ก็จะถูกลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๙๘ หากเบิกความเท็จ ก็จะผิดตามมาตรา
๑๗๗ หากนาสืบพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ก็จะผิดตามมาตรา ๑๘๐ หากประชาชนเสนอสินบนให้ศาลก็จะผิดตาม
มาตรา ๑๖๗ หากขัดขืนหมายหรือคาสั่งศาลก็จะถูกลงโทษมาตรา ๑๗๐ หากศาลให้สาบานหรือพูดแล้วไม่สาบาน
หรือไม่พูดก็ผิด มาตรา ๑๗๑ หากเอาความเท็จมาฟ้องคดีอาญาต่อศาลก็ผิด ตามมาตรา ๑๗๕ หากเป็นผู้แปลและ
เจตนาแปลข้อความผิดก็ผิดตามมาตรา ๑๗๘ หากทาลายทรัพย์หรือเอกสารที่ส่งไว้ที่ศาลก็จะผิด ตามมาตรา ๑๘๕
หากทาลายทรัพย์ที่ศาลสั่งริบก็จะผิด ตามมาตรา ๑๘๖ หากทาลายทรัพย์ที่ศาลสั่งยึดอายัดไว้ก็จะผิด ตามมาตรา
๑๘๗ เป็นต้น มาตราที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อยู่ในประมวลกฎหมายอาญาที่มีเจตนารมณ์ลงโทษบุคคลที่ละเมิดอานาจ
ศาลเพื่อธารงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของอานาจตุลาการ การลงโทษจาคุกฐานละเมิ ดอานาจศาลในกรณีนี้จึงไม่น่าจะ
เป็นสิ่งจาเป็น๑๗๗ ดังนั้น จึงเหลือแต่การกระทาที่ เป็นการขัดขวางการพิจารณาในศาล ซึ่งศาลน่าจะมีอานาจที่จะ
ดาเนินการกับผู้ละเมิดอานาจศาลดังกล่าวด้วยวิธีการไล่บุคคลผู้ก่อความไม่สงบออกจากศาลโดยตารวจศาลหรือ
เ��้ าหน้าที่ศาล รวมทั้งอาจจ ากัดเสรี ภาพของบุคคลดังกล่าว เช่นนาไปกักขังไว้เพื่อส่งตัว ให้ พนักงานสอบสวน
ดาเนินคดีอาญาตามปกติต่อไป เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยและทาให้การพิจารณาพิพากษาคดีดาเนินการ
ต่อไปได้ ส่วนการลงโทษผู้ละเมิดอานาจศาลด้วยโทษจาคุกและปรับจึงไม่น่าจะมีความจาเป็นอีกต่อไป
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาว่าการลงโทษผู้กระทาการละเมิดอานาจศาลที่เป็นความผิดอาญาอยู่แล้วจะ
ดาเนินการได้อย่างล่าช้าเพราะต้องไปแจ้งพนักงานสอบสวน ส่งให้พนักงานอัยการฟ้องคดีดังคดีอาญาสามัญทั่วไป
ปัญหาดังกล่าวในหลายประเทศได้ใช้วิธีพิจารณาคดีอาญาอย่างรวดเร็ว โดยการให้ผู้พิพากษาที่พบการกระทา
ละเมิดอานาจศาลแจ้งให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องผู้ละเมิดอานาจศาลเป็นคดีอาญาต่อศาลอีกองค์ คณะหนึ่งเลย๑๗๘
๑๗๗
ความเห็นของผู้ทรงวุฒิ : รองศาสตราจารย์ ดร.ปกป้อง ศรีสนิท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.
๒๕๖๐
๑๗๘
แนวทางลักษณะนี้ได้ใช้ในประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส ดูในหัวข้อ ๓.๕.๓.๓ กระบวนการพิจารณาคดี