๖๔
กระบวนการพิจารณาคดีของศาลสามารถดาเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ประเทศซีวิลลอว์ เช่น สาธารณรัฐฝรั่งเศส
กลับไม่ได้มีแนวคิดในเรื่องการละเมิดอานาจศาลด้วยเหตุผลดังกล่าวแต่อย่างใด
ประวัติศาสตร์ของศาลฝรั่งเศสในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือช่วงก่อนการปฏิวัติในปี ค.ศ. ๑๗๘๙ ได้รับ
การวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างมาก ทั้งจากปัญหาเรื่องการซื้อขายตาแหน่งหรือการตัดสินคดีที่ไม่มีความเป็น
กลาง องค์กรตุลาการจึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายของคณะปฏิวัติเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและการใช้อานาจให้มีความ
เหมาะสมมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แนวคิดพื้นฐานที่มีต่อศาลหรือองค์กรตุลาการ
ของประเทศ ได้แก่ องค์กรดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ให้กับรัฐ และไม่สามารถ
ใช้อานาจของตนในการออกกฎเกณฑ์ที่มีผลบังคับเช่นองค์กรนิติบัญญัติ ๑๔๗ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนเรื่องหลักการ
แบ่งแยกการใช้อานาจอย่างเคร่งครัด กล่าวคือ องค์กรนิติบัญญัติเป็นผู้ใช้อานาจในการตรากฎหมาย ในขณะที่
องค์กรที่ใช้อานาจตุลาการ โดยเฉพาะผู้พิพากษาต้องนากฎหมา��ที่ตราโดยฝ่ายนิติบัญญัติไปปรับใช้เท่านั้น มิใช่
เป็นผู้สร้างกฎหมายเสียเอง
อย่างไรก็ดี แม้สาธารณรัฐฝรั่งเศสจะไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีเรื่องการละเมิดอานาจศาลอย่างชัดเจนเช่น
สหราชอาณาจักร แต่การลงโทษการกระทาที่มีลักษณะก้าวล่วงต่อองค์กรตุลาการปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมาย
อาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของสาธารณรัฐฝรั่งเศส
ในประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของสาธารณรัฐฝรั่งเศสบัญญัติ
ความผิดในกรณีละเมิดอานาจตุลาการที่เกี่ยวข้องกับการใช้อานาจตุลาการในทางอาญา ๓ ประการ ได้แก่ การ
ละเมิดต่อหน้ าอานาจตุล าการ การเผยแพร่ในรูปแบบวิพากษ์วิจารณ์ และการละเมิดก่อนมีคา พิพากษา (sub
judice rule)
๓.๕.๒ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสาธารณรัฐฝรั่งเศสได้ถูกรับรองไว้ในคาประกาศสิทธิมนุษยชนและ
พลเมือง ค.ศ. ๑๗๘๙๑๔๘ นอกจากนี้ สาธารณรัฐฝรั่งเศสยังรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ให้สอดคล้อง
๑๔๗
Michael Chesterman, Contempt: In the Common law but not the civil law, The International and comparative law quarterly,
Vol.46, No. 3 (Jun., 1997), p. 556
๑๔๘
Déclaration des droits de l'homme et du citoyen
“…Art. 10. Nul ne doit être inquiété pour ses opinions, même religieuses, pourvu que leur manifestation ne trouble
pas l'ordre public établi par la Loi.
Art. 11. La libre communication des pensées et des opinions est un des droits les plus précieux de l'Homme : tout
Citoyen peut donc parler, écrire, imprimer librement, sauf à répondre de l'abus de cette liberté dans les cas déterminés par la
Loi…”