๕๘ ในปี ค.ศ. ๑๙๕๑ ได้เกิดแนวคิดที่ขยายขอบเขตอานาจของศาลในการลงโทษฐานละเมิดอานาจศาล ผลที่ ตามมาคือในปี ค.ศ. ๑๙๕๓ ได้มีการขยายอานาจของศาลรัฐธรรมนูญในการสั่งละเมิดอานาจศาลโดยอนุญาต เฉพาะสื่อมวลชนเท่านั้ นที่สามารถรายงานคดีจากห้องพิจารณาได้ และการรายงานต้องไม่เป็นไปในทางชักจูงให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อรูปคดี๑๓๒ ภายหลังจากที่มีการรวมประเทศเยอรมนีตะวันตกและเยอรมนีตะวันออก คดีละเมิดอานาจศาลในสหพันธ์ สาธารณรัฐเยอรมนีก็ตกอยู่ภายใต้บังคับของธรรมนูญศาลยุติธรรม (Gerichtsverfassungsgesetz) ๓.๔.๒ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น รัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (The Basic Law of the Federal Republic of Germany) ได้ให้ความคุ้มครองต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยมาตรา ๕ ได้บัญญัติความว่า "บุคคลมี สิทธิที่จะแสดงออกและโฆษณาโดยเสรี ซึ่งความเห็นของตนโดยการพูด การเขียน และรูปภาพ และมีสิทธิโดยเสรีที่ จะแสวงหาข่าวสารให้แก่ตนเองจากแหล่งข่าวสาธารณะ เสรีภาพในการพิมพ์ และเสรีภาพในการรายงานข่าวโดย วิทยุกระจายเสียง และโดยสิทธิในเกียรติยศส่วนตัวจะละเมิดมิไ ด้" ข้อจากัดของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ตามกฎหมายเยอรมันมีอยู่บางกรณี เช่น กรณีที่ความเห็นนั้นเป็นถ้อยคาที่สร้างความเกลียดชัง (Hate speech), ถ้อยคาที่เป็นการหมิ่นประมาทประธานาธิบดี หมิ่นประมาทรัฐ ธงชาติ หรือเพลงชาติ๑๓๓ ๓.๔.๓ บทบัญญัติเกี่ยวกับการละเมิดอานาจศาล ค ว า ม ผิ ด ฐ า น ล ะ เ มิ ด อ า น า จ ศ า ล ไ ด้ ถู ก บั ญ ญั ติ ไ ว้ ใ น ก ฎ ห ม า ย ธ ร ร ม นู ญ ศ า ล ยุ ติ ธ ร ร ม (Gerichtsverfassungsgesetz) ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีหลายมาตราอันได้แก่ มาตรา ๑๗๗ ได้บัญญัติ ว่า "คู่ความ ผู้ ถูกกล่ าวหา พยาน พยานผู้ เชี่ยวชาญ หรือบุคคลภายนอกที่ไม่ ดาเนิ นการตามคาสั่งของศาลซึ่งเป็นไปเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลอาจถูกนาตัวออกจากห้อง พิ จ ารณาความได้ ทั้ ง ยั ง อาจถู ก น าตั ว ไปคุ ม ไว้ ใ นระยะเวลาไม่ เ กิ น ๒๔ ชั่ ว โมง กรณี ที่ เ ป็ น การกระท าของ บุคคลภายนอกคดีให้เป็นอานาจหน้าที่ของผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ"๑๓๔ ๑๓๒ Ibid. at p. 38 Pekka Hallberg, Janne Virkkunen, Freedom of Speech and Information in Global Perspective NY:Springer (2017) p.89 ๑๓๔ Section 177 Gerichtsverfassungsgesetz : "Parties, accused persons, witnesses, experts or persons not participating in the hearing who fail to follow the orders given to maintain order may be removed from the courtroom or taken into coercive detention and held for a period of time to be determined; such period may not exceed twenty-four hours. Decisions on measures pursuant to the first sentence in respect of persons who are not participants in the hearing shall be made by the presiding judge and in all other cases by the court." ๑๓๓

Select target paragraph3