๑๘
มาตรา ๓๐ “ให้ศาลมีอานาจออกข้อกาหนดใด ๆ แก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือแก่บุคคลภายนอกที่อยู่
ต่อหน้าศาลตามที่เห็นจาเป็น เพื่อรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาล และเพื่อให้กระบวนพิจารณาดาเนินไปตาม
เที่ยงธรรมและรวดเร็ว อานาจเช่นว่านี้ ให้รวมถึงการสั่งห้ามคู่ความมิให้ดาเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความ
ราคาญ หรือในทางประวิงให้ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยเกินสมควร”
มาตรา ๓๑ “ผู้ใดกระทาการอย่างใด ๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ ให้ถือว่ากระทาผิดฐานละเมิดอานาจศาล
(๑) ขัดขืน ไม่ป ฏิบัติตามข้อกาหนดของศาลตามมาตราก่อนอันว่าด้ว ยการรักษาความเรียบร้อย หรือ
ประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล
(๒) เมื่อได้มีคาร้องและได้รับอนุญาตจากศาลให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา ๑๕๖/๑ แล้ว ปรากฏ
ว่าได้แสดงข้อเท็จจริงหรือเสนอพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาลในการไต่สวนคาร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
(๓) เมื่อรู้ว่าจะมีการส่งคาคู่ความหรือส่งเอกสารอื่น ๆ ถึงตน แล้วจงใจไปเสียให้พ้น หรือหาทางหลีกเลี่ยง
ที่จะไม่รับคาคู่ความหรือเอกสารนั้นโดยสถานอื่น
(๔) ตรวจเอกสารทั้งหมด หรือฉบับใดฉบับหนึ่ง ซึ่งอยู่ในสานวนความ หรือคัดเอาสาเนาเอกสารเหล่านั้น
ไป โดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ มาตรา ๕๔
(๕) ขัดขืนไม่มาศาล เมื่อศาลได้มีคาสั่งตามมาตรา ๑๙ หรือมีหมายเรียกตามมาตรา ๒๗๗”
มาตรา ๓๒ “ผู้ใดเป็นผู้ประพันธ์ บรรณาธิการ หรือผู้พิมพ์โฆษณาซึ่งหนังสือพิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์อันออก
โฆษณาต่อประชาชน ไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะได้รู้ถึ��ซึ่งข้อความหรือการออกโฆษณาแห่งหนังสือพิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์
เช่นว่านั้นหรือไม่ ให้ถือว่าได้ กระทาผิดฐานละเมิดอานาจศาลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างดังจะกล่าว
ต่อไปนี้
(๑) ไม่ว่าเวลาใด ๆ ถ้าหนั งสือพิมพ์หรือสิ่ งพิมพ์เช่นว่ามานั้นได้กล่ าวหรือแสดงไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ซึ่ง
ข้อความหรือความเห็นอันเป็นการเปิดเผยข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์อื่น ๆ แห่งคดี หรือกระบวนพิจารณาใด ๆ
แห่งคดี ซึ่งเพื่อความเหมาะสมหรือเพื่อคุ้มครองสาธารณประโยชน์ ศาลได้มีคาสั่งห้ามการออกโฆษณาสิ่งเหล่านั้น
ไม่ว่าโดยวิธีเพียงแต่สั่งให้พิจารณาโดยไม่เปิดเผยหรือโดยวิธีห้ามการออกโฆษณาโดยชัดแจ้ง
(๒) ถ้าหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ ได้กล่าวหรือแสดงไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ในระหว่างการพิจารณาแห่งคดีไปจน
มีคาพิพากษาเป็นที่สุด ซึ่งข้อความหรือความเห็นโดยประสงค์จะให้มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน หรือ
เหนือศาลหรือเหนือคู่ความหรือเหนือพยานแห่งคดีซึ่งพอเห็นได้ว่าจะทาให้การพิจารณาคดีเสียความยุติธรรมไป
เช่น
ก. เป็นการแสดงผิดจากข้อเท็จจริงแห่งคดี หรือ
ข. เป็นรายงานหรือย่อเรื่องหรือวิภาค ซึ่งกระบวนพิจารณาแห่งคดีอย่างไม่เป็นกลางและไม่ถูกต้อง หรือ