๙๔
วัตถุประสงค์ของบทบัญญัติในเรื่องดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้บุคคลที่ตกเป็นถูกกล่าวหาในคดีอาญาต้องได้เข้ามาเป็นส่วน
หนึ่งของการรับฟังในการบวนการพิจารณา นอกจากนี้ในอนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ได้รับรองยังบุคคล
ทุกคนที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาว่ามีสิทธิในการต่อสู้คดีด้วยตนเอง มีสิทธิตรวจสอบพยานหลักฐาน และมี
สิทธิในการมีผู้ให้ความช่วยเหลือในการแปลข้อความเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถเข้าใจภาษาที่ใช้ในการพิจารณา
ภายในห้องพิจารณา ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งสหภาพยุโรปได้สรุปหลักการในเรื่องสิทธิดังกล่าวข้างต้นว่า สิทธิต่าง ๆ
เหล่านี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยหากผู้ถูกกล่าวหามิได้อยู่ในระหว่างการพิจารณาด้วย๒๐๐
๕.๔.๓ สิทธิของผู้ถูกกล่าวหาในการสู้คดีภายใต้ความผิดฐานละเมิดอานาจศาลของไทย
หากสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาในการสู้ คดีได้รับการรับรองในข้อ ๑๔ วรรค ๓ ของกติการะหว่างประเทศว่า
ด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิในการได้รับแจ้งโดยพลันถึงรายละเอียดของ
เหตุแห่งการกระทาความผิด สิทธิในการมีระยะเวลาที่เหมาะสมในการเตรียมการเพื่อสู้คดีหรือสิทธิในการมีทนาย
ตัวอย่างของสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาข้างต้นเหล่านี้หากกลับมาพิจารณาถึงแนวทางการต่อสู้คดีของผู้ถูกกล่าวหาในคดี
ความผิดฐานละเมิดอานาจศาลในประเทศไทยย่อมพบว่ามีลักษณะแตกต่างและไม่สอดคล้ องกับสิทธิของผู้ถูก
กล่าวหาตามหลักการสากลแต่อย่างใด ความไม่สอดคล้องดังกล่าวมาจากความเข้าใจว่าความผิดฐานละเมิดอานาจ
ศาลมิได้เป็นความผิดในทางอาญานั่นเอง ด้วยเหตุนี้ แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะถูกพิจารณาจากศาลว่าได้กระทาการละเมิด
อานาจศาลหรือไม่ แต่กระบวนการในระหว่างการพิจารณาคดีดังกล่าว ไม่ปรากฏความชัดเจนของแนวทางการ
เคารพและคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาตามหลักการในข้อ ๑๔ วรรค ๓ ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิ
พลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) แต่อย่างใด กล่าวคือ ผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐานละเมิดอานาจศาลไม่ได้
อยู่ภายใต้สิทธิที่จะได้รับการแจ้งรายละเอียดของเหตุแห่งการกระทาความผิด สิทธิในการต่อสู้คดีตามระยะเวลาที่
เหมาะสม รวมถึงสิทธิในการมีทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายในระหว่างการเผชิญหน้าทางคดีดังกล่าวกับศาลที่
พิจารณาคดี แม้ความผิดฐานละเมิดอานาจศาลจะมีอัตราโทษปรับและโทษจาคุก แต่เมื่อแนวทางปัจจุบันยังคงมี
ความเข้าใจว่าความผิดฐานละเมิดอานาจศาลไม่ใช่การบังคับใช้โทษทางอาญา ย่อมทาให้สถานะของผู้ถูก กล่าวหา
ไม่สอดคล้องกับข้อ ๑๔ วรรค ๓ ของกติการะหว่างประเทศว่า ด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
รวมถึงไม่ได้ได้รับการคุ้มครองตามสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาที่พึงมีตามหลักการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
แต่อย่างใด
แนวทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาคดีความผิดฐานละเมิดอานาจศาลของไทยที่ผ่านมาพบว่า ยัง
ไม่สอดคล้องกับหลักการภายใต้ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ทั้งใน
เรื่องความเป็นกลางของศาลที่พิจารณาคดีและสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาในระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งทั้งสองกรณี
๒๐๐
Colozza v Italy (1985) ECHR 1, para 27., in Legal Digest of International Fair Trial Rights, 2012, p.134, (Online) Available from
www.osce.org/odihr/94214?download=true , (5 May 2017)
Select target paragraph3
Connect to a paragraph
Connect to an entity
Disable highlights
Add to table of contents