๙๑ การพิจ ารณาคดี ต้อ งด าเนิ น การโดยศาลที่ มีอ านาจในการพิจ ารณา มี ความเป็ นอิ ส ระและเป็ นกลาง หลักการในเรื่องนี้ถือเป็นสิทธิเด็ดขาดและไม่สามารถมีข้อยกเว้นได้เลย ๑๙๑ ถ้อยคาที่ว่า “ศาลต้องมีความเป็น กลาง” ประกอบด้วยสาระสาคัญ ๒ ประการ๑๙๒ ได้แก่ ประการที่ ห นึ่ง ผู้ พิ พากษาต้อ งไม่ ตั ดสิ นคดี ภ ายใต้ อคติ ห รื อ จากความเสี ย หายส่ ว นตัว หรื อได้ มีก าร คาดการณ์ล่วงหน้าต่อคดีที่รับผิดชอบ หรือไม่มีพฤติการณ์ที่เอื้อประโยชน์ให้คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเหนือกว่าคู่กรณีอีก ฝ่าย ประการที่สอง ศาลที่พิจารณาคดีต้องปรากฏต่อสายตาของบุคคลทั่วไปว่ามีความเป็นกลาง๑๙๓ ทั้งนี้ ข้อ ๑๔ ของกติการะหว่างประเทศว่ าด้ว ยสิ ท ธิพลเมืองและสิ ทธิ ทางการเมือง (ICCPR) ฉบับ นี้ ครอบคลุมศาลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นศาลทั่วไป ศาลชานัญการพิเศษ ศาลพลเรือนหรือศาลทหาร การพิจารณาโดยศาลที่เป็นกลางดังกล่าว ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งสหภาพยุโรปได้เคยวางหลักไว้ว่าหาก ผู้พิพากษาที่พิจารณาโทษการกระทาผิดฐานละเมิดอานาจศาลเป็นนายเดียวกันกับศาลที่ ถูกการละเมิดอานาจศาล ขึ้น ย่อมเป็นการไม่สอดคล้องกับหลักในการพิจารณาคดีโดยศาลที่เป็นกลางตามข้อ ๑๔ ของกติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และข้อ ๖ (๑) ของสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป ๑๙๔ด้วย คดีดังกล่าวได้แก่ Kyprianou v. Cyprus ซึ่งมีข้อเท็จจริงว่าทนายความที่ถูกกล่าวหาว่ากระทาการละเมิดอานาจ ศาล ได้วิพากษ์วิจารณ์ความประพฤติของผู้พิพากษาผู้ซึ่งดาเนินการพิจารณาคดี และผู้พิพากษานายเดียวกันนี้ได้ เข้าทาการพิจารณาความผิดของทนายคนดังกล่าวในเรื่องการละเมิดอานาจศาล รวมถึงกาหนดความรับผิดและ ลงโทษจาคุกทนายความด้วยตนเอง ข้อเท็จจริงดังกล่าวพบว่า การทางานของผู้พิพากษาคนดังกล่าวเกิดความทับ ซ้อนระหว่างบทบาทการเป็นผู้กล่าวหา พยาน อัยการและพิจารณาตัดสินลงโทษเสียเอง ก่อให้เกิดความน่ากังวลถึง ความชอบธ���รมของกระบวนการพิจารณาภายใต้หลักที่ว่าไม่มีใครควรเป็นผู้ ตัดสินคดีของตนเอง เพราะถือว่าขาด ความเป็นกลางเสียแล้ว ข้ อ เท็ จ จริ ง ข้ า งต้ น ถื อ ได้ ว่ า ผู้ พิ พ ากษาผู้ ด าเนิ น การพิ จ ารณาคดี ข าดความเป็ น กลาง ( judicial impartiality) โดยพิจารณาจาก๑๙๕ ๑๙๑ Communication No.263/1987, Gonzalez del Rio v. Peru, para. 5.2. UN Human Rights Committee (HRC), General comment no. 32, Article 14, Right to equality before courts and tribunals and to fair trial, 23 August 2007, CCPR/C/GC/32, para. 21 ๑๙๓ Communication No. 387/1989, Karttunen v. Finland, para. 7.2 ๑๙๔ Kyprianou v Cyprus (2005) ECHR 873, paras 130, 135, in Legal Digest of International Fair Trial Rights, 2012, p.73, (Online) Available from www.osce.org/odihr/94214?download=true, ( 2 May 2017). ๑๙๕ Kyprianou v Cyprus (2005) ECHR 873, paras 127, in Legal Digest of International Fair Trial Rights, 2012, p.73, (Online) Available from www.osce.org/odihr/94214?download=true , (29 March 2017). ๑๙๒

Select target paragraph3